ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

Herd Immunity: ปลายทางที่รอคอยกับจุดจบของโควิด-19?

 

herd immunity

 

หลังจากเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ Covid-19 จนทำให้เกิดการรณรงค์ให้มีการเพิ่มระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ซึ่ง มาตรการนี้ไม่เพียงเป็นมาตรการที่ช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อ Covid-19 ให้ลดลงเท่านั้นครับ แต่มาตรการดังกล่าวยังเป็นสิ่งที่นักวิชาการ นักวิจัย และแพทย์ เองนั้นรอให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันระดับชุมชนขึ้น เพื่อช่วยหยุดการแพร่ระบาดครั้งนี้ลงได้ครับ แต่คำถามก็คือ สิ่งนี้ที่รอคอยนั้น มันคืออะไร และกว่าที่จะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องผ่านอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกับ gettgo กันครับ

Herd Immunity หรือ ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน คืออะไร?

คุณเคยได้ยินคำว่า ”ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน หรือ Herd Immunity หรือไม่ ?” หากไม่เคย สิ่งนี้เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดในจำนวนประชากรของชุมชนที่มากพอที่จะทำให้ไม่สามารถเพิ่มจำนวนผู้เป็นโรค และแพร่กระจายโรคสู่บุคคลอื่นได้อีก หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ หากคนในพื้นที่นั้น ได้รับเชื้อแล้วร่างกายมีภูมิคุ้มกันจนไม่ป่วยอีก พอคนติดเชื้อได้น้อย เชื้อโรคก็แพร่ไปสู่คนอื่นได้ยากไปด้วย ทำให้ลดการแพร่เชื้อลงเองตามธรรมชาติ และไม่เป็นการแพร่ระบาดเองในที่สุด ซึ่งคำว่า  Herd Immunity  มาจากคำว่า Herd ที่แปลว่า กลุ่มคนหรือฝูงสัตว์ และคำว่า Immunity ที่แปลว่า ภูมิคุ้มกันโรค โดย ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน หรือ Herd Immunity มีอีกชื่อที่รู้จักคือ Community Immunity นั้นเป็นเพียงการที่ร่ายกายมีภูมิคุ้มกันเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะชนะโรคดังกล่าวได้ ซึ่งการที่มี Herd Immunity นั้นเป็นเพียงภาวะที่คนมีภูมิต้านทานโรคเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นหลักการทำงานเดียวกับวัคซีน ที่เป็นการทำให้ร่ายกายเคยมีเชื้อนั้นหรือได้รับเชื้อนั้นมาแล้วสร้างภูมิคุ้มกันและไม่สามารถเป็นอีกได้นั้นเอง 

Cr : guruvaccine

เป็นไปได้แค่ไหนที่ ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน นั้นสามารถปรับใช้กับ Covid-19 ได้ ?

ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดครับ เนื่องจากยังไม่ได้มีการลงไปตรวจว่ามีภูมิต้านทานอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ในประชากรปกติที่ไม่มีอาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะรีบศึกษา รีบวิจัยว่า คนที่เดินทั่วไปมีภูมิต้านทานกี่คน บางคนก็อาจจะเคยได้รับเชื้อมาแล้ว แต่บังเอิญสุขภาพแข็งแรงเลยไม่แสดงอาการออกมาเช่นสมมุติว่ามีคน 100 คน และได้รับเชื้อ 80 คน ซึ่งไม่มีอาการเลยหรือมีอาการเล็กน้อยน้อย และคนที่มีอาการหนักแล้วทั้งนั้นถึงไปโรงพยาบาล 

 

ทั้งนี้เราจะเห็นถึงความแตกต่างระหว่างอัตราการเสียชีวิตแต่ละประเทศเยอะ ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นเขามีนโยบาลที่จะตรวจเชื้อกว้างแค่ไหน บางประเทศตรวจเฉพาะคนที่เข้าโรงพยาบาลกับคนที่มีการสัมผัสกับคนที่เป็นโรคมาแล้วเท่านั้น อย่างประเทศไทยครับ หรือในบางประเทศเช่น ประเทศเกาหลีใต้ มีการตรวจในแนวกว้าง จึงทำให้เห็นว่าพบคนเป็นโรคเยอะ แต่อัตราการตายเขาต่ำมากเลยครับ หรืออย่างที่ประเทศอังกฤษเขามีระบบสาธารณสุขพื้นฐานที่ข้อมูลเขาแน่นมากครับ มีแพทย์ที่เป็น family doctor หรือแพทย์ประจำครอบครัว ดูแลเป็นกลุ่ม ๆ อยู่และเขาก็จะเน้นดูแลรวมไปถึงการกักตัวผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคเรื้อรังเอาไว้ไม่ให้ออกไปเจอใครเลย ส่วนคนที่แข็งแรงจริง ๆ เขาก็จะปล่อยให้ติดเชื้อแล้วก็ให้หายเอง อาจจะมีการรักษาตามอาการหากมีอาการหนักครับ ซึ่งจากที่รัฐบาลอังกฤษได้ใช้มาตราการนี้ในการหยุดการระบาดของโรค Covid-19 นั้น ทางรัฐบาลได้มีการคำนวณออกมาว่าต้องมีผู้ที่มี ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน คิดเป็น 60% จึงจะสามารถหยุดการระบาดครั้งนี้ได้ โดยเมื่อเทียบกับโรคที่เคยระบาดหนักอย่างโรคหัด (Measles) นั้นที่ต้องมี ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน สูงถึง 90% จึงจะสามารถหยุดการระบาดครั้งนั้นได้

 

ทำไมอังกฤษถึงใช้มาตราการนี้ในการหยุดโรค COVID-19 ?

จากการที่อังกฤษได้ใช้วิธีนี้ในการหยุดการระบาดเพราะว่า อังกฤษใช้ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO เป็นพื้นฐานที่ว่าคนที่ติดเชื้อกว่า 80%  จะไม่มีอาการรุนแรงและสามารถหายเองได้ ซึ่งมีเพียง 15-20 % เท่านั้นที่จะมีอาการหรือแสดงอาการรุนแรงออกมาถึงขั้นที่ปอดอักเสบ รวมไปถึงมีเพียง 2-3 % เท่านั้นที่ไม่สามารถหายใจเองได้และอาจเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งหลายคนอาจมองว่ามันเป็นวิธีที่ค่อนข้างเสี่ยงแต่ก็ไม่ถือว่าไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะมาตราการดังกล่าวนั้น ได้มีงานวิจัย และทฤษฎีจากองค์การอนามัยโลกมารองรับ และยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะเสียปอดให้กับโรคนี้ เพราะจาก 80% ของคนที่หายไม่มีผลกระทบต่อปอด และอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติใน 7 วันครับ

 

ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราต้องใช้วิธีนี้ในการหยุดการระบาด เนื่องจากในขณะนี้ เรายังไม่มีวัคซีนที่จะต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ Covid-19 ลงได้ครับ ซึ่งการเกิด ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน หรือ Herd Immunity ได้นั้นก็ต้องมีผู้ได้รับเชื้อจำนวนมากพอและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อร่างกายได้เอง จึงจะได้ผลครับ และสุดท้ายนี้สมมุติฐานหรือมาตรการดังกล่าวนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนว่าผลจะเป็นไปอย่างที่คาดการไว้หรือไม่ และการใช้ ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน หรือ Herd Immunity ก็เป็นเพียงหนึ่งกลยุทธ์ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาตอนนี้เท่านั้น เพื่อให้มีเวลาพอที่จะใช้ในการหาวิธีการบำบัด หรือการรักษาวิธีอื่นครับ ดังนั้นการป้องกันการเป็นโรค Covid-19 ที่ดีที่สุดคือการไม่ไปรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายครับ หมั่นรักษาความสะอาดและปฎิบัติตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขถึงวิธีการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสครับ

 

และถ้าหากว่าคุณไม่อยากต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลหากติดไวรัสโควิด-19 ก็สามารถเลือกซื้อประกันไวรัสโควิดได้ที่ที่ด้านล่างนี้ จ่ายหลักแต่มาพร้อม  แถมความคุ้มครองยังสุดคุ้ม มีครบทั้งตรวจเจอจ่าย และค่าชดเชยรายได้รายวันหากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสูงสุดถึงวันละ 1,000 บาท นาน 50 วัน

คลิกที่ภาพด้านล่าง เพื่อกรอกข้อมูลซื้อประกันโควิด-19 จากเอเชียประกันภัยได้เลยค่ะ

 

ที่มา : theMatter  guruvaccine techsauce LineTodayโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

บทความที่คุณอาจสนใจ

เปิดบทเรียน “โรคอุบัติใหม่” ถ้าเกิดอีกครั้งจะรับมืออย่างไรดี ?
นักโภชนาการแนะ สั่งอาหารช่วงกักตัวควรเลือกกิน เลี่ยงโรคอ้วน
เปิดหน้าประวัติศาสตร์:  “โรคระบาด” ในอดีตพลิกโฉมโลกอย่างไรบ้าง?
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊