ประกันของเรา
บทความ
เกี่ยวกับ gettgo

รวมความหมาย 10 ศัพท์ประกันภัยรถยนต์ที่ทุกคนควรรู้

 

สัญญาทำประกันรถยนต์และคำศัพท์ประกันที่ควรรู้

 

เวลาที่ทำประกันรถยนต์ มักจะมีคำศัพท์เฉพาะประกันรถยนต์ที่ทุกคนควรรู้ความหมายก่อนทำประกัน เพื่อที่จะได้เข้าใจเงื่อนไขของการทำประกันมากขึ้น และไม่พลาดโอกาสดี ๆ ในการเลือกแผนที่คุ้มค่า จะมีคำศัพท์ประกันภัยอะไรบ้างที่ควรรู้ ไปดูกันเลย

1. กรมธรรม์ประกันภัย

กรมธรรม์ คือ หนังสือสัญญาที่ระบุรายละเอียดของความคุ้มครองและเงื่อนไขต่าง ๆ ของประกันรถยนต์อย่างละเอียด โดยทางบริษัทประกันจะระบุทั้งวงเงินความคุ้มครอง ชื่อผู้รับผลประโยชน์ ผู้เอาประกัน โดยทางบริษัทประกันจะเก็บเอกสารเอาไว้ 1 ฉบับ และส่งให้ผู้เอาประกัน 1 ฉบับ

ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันรถยนต์กับบริษัทใด ควรจะอ่านกรมธรรม์ให้ละเอียด เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มครอง เพราะหากว่าดูแค่เบี้ยประกันราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุม ก็อาจจะทำให้เสียประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน

2. ทุนประกัน

ทุนประกัน คือ วงเงินการรับประกันสูงสุดที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกัน ตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในสัญญา ไม่ว่าจะในกรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องซ่อมรถ รถหาย ไฟไหม้ เจอภัยพิบัติ ซึ่งแต่ละกรมธรรม์ก็จะระบุความคุ้มครองและทุนประกันที่แตกต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วทุนประกันมักจะคำนวณจากมูลค่าของรถยนต์ และยิ่งทุนประกันสูง เบี้ยประกันรถยนต์ก็จะสูงตามไปด้วย

3. ผู้เอาประกัน

ผู้เอาประกัน คือ ผู้ที่ทำประกันรถยนต์ หรือเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวนั่นเอง ทางบริษัทประกันจะจ่ายเงินสินไหมให้แก่ผู้เอาประกัน เมื่อรถเกิดเหตุไม่คาดฝัน ตามเงื่อนไขและวงเงินที่ระบุเอาไว้ในสัญญา หน้าที่ของผู้เอาประกันคือต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้ครบตามที่ระบุเอาไว้ในสัญญา

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถยนต์คันที่ทำประกัน ผลประโยชน์จากการประกันจะจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์แทน

4. ผู้รับประกัน

ผู้รับประกันภัย ในที่นี้คือ บริษัทประกันที่รับประกันรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งจะเป็นผู้จ่ายเงินค่าสินไหม ตามที่ระบุเอาไว้ในสัญญา ผู้รับประกันภัยจะต้องเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย จึงจะสามารถรับประกันภัยรถยนต์ได้

5. ผู้รับผลประโยชน์

ผู้รับผลประโยชน์ คือ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์หรือเงินสินไหมแทนผู้เอาประกันภัยตามที่ระบุเอาไว้ในสัญญา ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุของรถยนต์คันที่ทำประกัน

ในกรณีที่รถยังติดไฟแนนซ์อยู่ ผู้รับผลประโยชน์จะต้องระบุเป็นบริษัทไฟแนนซ์ แต่หากว่าผ่อนรถหมดแล้วสามารถระบุเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดทางกฎหมายหรือทางสายเลือดได้ อย่างสามีภรรยา พ่อแม่ ลูก พี่น้อง ปู่ย่าตายาย

 

ผู้หญิงกำลังจะทำประกันรถยนต์ที่ตัวแทนเสนอให้

 

6. ประกันรถยนต์ภาคบังคับ

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือรู้จักกันในนามของ พ.ร.บ. ที่มีชื่อเต็มคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งบังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องซื้อ พ.ร.บ. ทุกปี เพื่อที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนยังมีสิทธิ์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทั่วประเทศอย่างทันท่วงที โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล

ประกันรถยนต์ภาคบังคับจะคุ้มครองผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถยนต์ทุกคน ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คนเดินเท้า ที่สำคัญคือ หากไม่ทำประกันรถยนต์ภาคบังคับ ก็ไม่สามารถต่อภาษีได้ และมีสิทธิ์โดนค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งเจ้าของรถและผู้ที่นำรถยนต์มาใช้งาน

7. ค่าสินไหมทดแทน

ค่าสินไหมทดแทน คือ เงินชดเชยที่บริษัทประกันจ่ายให้แก่ผู้เอาประกัน หรือผู้รับผลประโยชน์ แล้วแต่กรณี เพื่อรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ บุคคล และทรัพย์สินต่าง ๆ ตามที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์

สำหรับค่าสินไหมทดแทนของประกันรถยนต์ จะระบุความรับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็นหมวดความเสียหายต่อรถยนต์ ความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของประกันรถยนต์ที่ซื้อ และความคุ้มครองเพิ่มเติมอื่น ๆ จากบริษัทประกันภัย

8. ค่าความเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ

ค่าความเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ หรือที่เรียกกันว่าค่า Excess คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบความเสียหายร่วมกับบริษัทประกันในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี หรือระบุคู่กรณีไม่ได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายภาคบังคับ แม้ว่าทำประกันชั้น 1 ก็ตาม เพื่อป้องกันการเคลมประกันโดยที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

  • - รถไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ เช่น โดนทุบ ขูดขีด หรือกระทบกับสิ่งของทำให้เป็นรอย ไม่สามารถระบุผู้กระทำ หรือวันเวลาสถานที่ได้อย่างชัดเจน
  • - รถชนหรือเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้ 

ค่าความเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ หรือค่า Excess จะแตกต่างจากค่าความเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ หรือ Deductible ซึ่งเป็นเงินที่เรายอมเสียให้แก่บริษัทประกันในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด แต่จะได้รับผลประโยชน์เป็นค่าเบี้ยประกันที่ลดลงแทน

9. เคลมสด

การเคลมสด คือ การเคลมประกันทันทีหลังจากที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น โดยผู้เอาประกันจะเป็นผู้โทรแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทรับประกันว่าเกิดอุบัติเหตุ ณ บริเวณไหน จากนั้นทางบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยเข้าไปประเมินความเสียหาย และตรวจสอบเอกสารทุกอย่างให้เรียบร้อย และออกใบเคลมให้ทันที

ในกรณีที่ไม่สามารถตกลงกับคู่กรณีได้ อาจจะต้องเดินทางไปแจ้งความที่โรงพักในพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสิน

10. เคลมแห้ง

การเคลมแห้ง คือ การเคลมประกันหลังจากเกิดอุบัติเหตุมาสักพัก มักเกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี และเป็นอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น โดนกิ่งไม้ขีดข่วน หรือเกิดรอยบุบเล็ก ๆ ที่ตัวถัง ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถทำได้ทั้งแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน หรือนำรถเข้าซ่อมที่อู่ที่เป็นเครือข่ายของบริษัทประกัน ก่อนที่จะครบรอบกรมธรรม์

ทำประกันรถรายเดือนกับ gettgo จ่ายเบี้ยประกันเบา ๆ เพียงเดือนละ 666 บาท เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์ แต่อยากได้ความคุ้มครองแบบจัดเต็ม ตอบโจทย์ คนอยากจ่ายแค่ “สิ่งที่จำเป็น” ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้ที่ โทร. 02-111-7800 หรือ LINE OA : @gettgo

ข้อมูลอ้างอิง

  1. เข้าใจค่าเสียหายส่วนแรกของประกันรถยนต์. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 จาก https://www.set.or.th/th/about/setsource/insights/article/335-car-insurance-claim

บทความที่คุณอาจสนใจ

เปิดไกด์ความปลอดภัย ลดเสี่ยงอุบัติเหตุรถล้มสำหรับสายทัวร์ริง
ซื้อรถยนต์มือสอง ต้องเช็กอะไรบ้าง และประกันรถยนต์ควรทำชั้นไหนดี ?
ไม่ต้องไปขนส่งฯ ก็ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้...
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊

ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด  (“บริษัท”)
เก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าเพื่อการนำเสนอโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ ข่าวสาร ผลิตภัณฑ์ บริการ จากบริษัท รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ การวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติจากบริษัท และ/หรือบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ และเพื่อโอกาสที่ข้าพเจ้าจะได้รับข้อเสนอ บริการพิเศษ โปรโมชั่น หรือผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างเหมาะสมจากบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ ข้าพเจ้ายินยอมให้เปิดเผยข้อมูลของข้าพเจ้าให้แก่บริษัทดังกล่าว เพื่อวิเคราะห์ตลอดจนการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์และบริการ 

การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล 

    ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
    บริษัทจะดำเนินการอย่างดีที่สุดในการรักษาความลับและดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย คุณสามารถเลือกให้หรือไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีผลต่อการพิจารณาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เว็บไซต์ https://gettgo.com/privacy-policy
ทั้งนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการให้ความยินยอมได้ โดยติดต่อเราที่ email : dpo-office@mtb.co.th หรือโทร 02-693-2775 (DPO)
     การที่คุณยอมรับตามด้านล่างนี้ถือว่าคุณได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามที่ได้กำหนดไว้ข้างต้น