ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

เปรียบเทียบ Travel Card 2020 ใบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

 

เปรียบเทียบ Travel Card

ในช่วงปีที่ผ่านมา หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินผ่านหูกันมาเกี่ยวกับ Travel card ที่ธนาคารต่าง ๆ ออกหลากหลายบัตรมาเพื่อแข่งกัน และสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า Travel card คืออะไรนั้น มาทำความรู้จักไปพร้อมกันครับ!

Travel card คืออะไร

Travel card คือบัตรที่ใช้สำหรับการใช้จ่ายในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรูด กด ถอนเงินสดต่าง ๆ รวมไปถึงการซื้อของออนไลน์บนเว็บต่างประเทศ โดย Travel card แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือกลุ่มที่จำเป็นต้องเติมเงินเข้าไปในบัตรก่อนจึงใช้ได้ และกลุ่มที่ไม่ต้องเติมเงิน สามารถรูดและตัดเงินจากบัญชีอัตโนมัติ ซึ่งทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียต่างกัน บัตรแบบที่ต้องเติมเงินนั้นจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกช่วงที่เรทเงินถูก แล้วแลกเพื่อเติมเข้าไปไว้ในบัตร แต่สำหรับ Travel card แบบที่ไม่ต้องเติมเงินก่อนนั้น เมื่อมีการใช้จ่ายจะตัดเงินโดยคิดเรทตามเวลา ณ ตอนที่ใช้ ซึ่งในที่นี้อาจจะมีเรทที่แพงกว่าแบบที่ต้องเติมเงินแต่ในทางกลับกันผู้ใช้ก็ไม่ต้องมีเงินสำรองล่วงหน้าสำหรับเติมเข้าไปในบัตรก่อนเวลาใช้จริงนั่นเอง

เปรียบเทียบ Travel Card เจ้าไหนน่าใช้

สายลุย : PLANET SCB Card

เป็นบัตร Travel card ชนิดเดบิตประเภทที่ต้องเติมเงิน ที่เหมาะกับสายเที่ยวลุย ๆ ไม่เน้นช้อป เที่ยวแบบไหนก็อุ่นใจ เพราะเจ้านี้เขาแถมประกันการเดินทางให้ถึง 10 วัน!

ข้อมูลที่คุณควรรู้

  • ประเภทบัตร Visa
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท 
  • อัตราแลกเปลี่ยน 13 สกุลเงิน
  • ใช้ซื้อสินค้าได้สูงสุด 500,000 บาท ต่อวัน
  • ถอนเงินได้สูงสุด 50,000 บาทต่อวัน
  • ค่าธรรมเนียมถอนเงินสดในต่างประเทศ 100 บาท
  • ประกันเดินทาง 10 วัน

วิธีการสมัคร

  • ติดต่อสาขาธนาคาร หรือสมัครผ่าน SCB easy app
  • แจ้งความต้องการสมัครบัตร PLANET SCB 

 
สายแบรนด์เนม : TMB All free

บัตรเดบิตที่สะดวกใช้ทั้งในและต่างประเทศ จัดเป็น Travel card แบบที่ไม่ต้องเติมเงินเข้าบัตร เหมาะกับสายชอบช็อปแบรนด์เนมรูดไปแบบฟินๆ เพราะเค้าให้วงเงินในการรูดได้สูงสุดถึง 2 ล้านบาท ในการช้อป!

ข้อมูลที่คุณควรรู้

  • ประเภทบัตร Visa
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 350 บาท (ค่าธรรมเนียมรายปี 250 บาท)
  • วงเงินในการใช้จ่ายได้สูงสุด 2,000,000 สำหรับบัตรแบบมีชื่อ และ 500,000 สำหรับบัตรไม่มีชื่อ
  • กดเงิดสดได้สูงสุด 200,000 บาท ต่อวัน ค่าธรรมเนียมกด 75 บาท

วิธีการสมัคร

  • ติดต่อสาขาธนาคาร 

สายทัวร์จีน : Krungthai Union Pay 

บัตรเดบิต Travel card ชนิดบัตรเดบิต ที่ใช้สำหรับเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีนโดยเฉพาะ เพราะบัตรกรุงไทยใบนี้นั้นเขารองรับระบบ Union Pay ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายที่ใช้ในการชำระเงินของประเทศแถบเอเชีย เช่น จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น  มาพร้อมอัตราแลกเปลี่ยนเรทราคาดี และสามารถจัดการจำนวนเงินของคุณได้เองง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT

ข้อมูลที่คุณควรรู้

  • ประเภทบัตร Visa 
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท (ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี)
  • เติม/แลกเงินได้ผ่าน  Krungthai NEXT
  • วงเงินในบัตรทุกสกุลเงิน ไม่เกิน 5,000,000 บาท
  • ถอนเงินสดได้สูงสุด 50,000 บาทต่อวัน
  • ใช้ในประเทศไทยไม่ได้

วิธีการสมัคร

  • ติดต่อสาขาธนาคาร หรือสมัครผ่าน  Krungthai NEXT แล้วไปรับบัตรที่ธนาคาร

สายเงินสด : Citibank Global Wallet

Citibank Global Wallet เป็นแอปที่จะช่วยให้บัตรเดบิต citibank ของคุณ กลายเป็นบัตร Travel card ที่พร้อมจะใช้ช้อป รูด กด ถอน  เหมาะสำหรับสายชอบเปย์เงินสด ไม่ค่อยรูดบัตร กดเงินได้เพลินไม่ต้องคิดเยอะเพราะเจ้านี้ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินที่ต่างประเทศ

ข้อมูลที่คุณควรรู้

  • ประเภทบัตร Mastercard
  • เลือกช่วงเวลาในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้
  • แลกเปลี่ยนได้ 8 สกุลเงิน
  • เติม/แลกเงินได้ผ่าน Citibank Global Wallet
  • ใช้ซื้อสินค้าได้สูงสุด 200,000 บาท ต่อวัน
  • ถอนเงินสดได้สูงสุด 300,000 บาทต่อวัน
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการถอน

วิธีสมัคร

  • เปิดบัญชีของธนาคารซิตี้แบงก์ เพื่อเปิดใช้งาน Citibank Global Wallet

สายช้อปเพลิน :Kbank Journey Card 

เป็นบัตรเดบิต  Travel card จากธนาคารกสิกรที่เหมาะกับสายช่างรูด ช้อปเพลิน แบบไม่ต้องห่วงเงินในกระเป๋าเพราะเจ้านี้เขาให้เรทเงินถูกที่สุด แถมยังไม่มีค่าธรรมเนียมอีกด้วย

ข้อมูลที่คุณควรรู้

  • ประเภทบัตร Visa Platinum
  • แลกเปลี่ยนได้ 28 สกุลเงิน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 700 บาท (ค่าธรรมเนียมรายปี 550 บาท)ฃ
  • ใช้ซื้อสินค้าได้สูงสุด 200,000 บาท ต่อวัน
  • ถอนเงินสดได้สูงสุด 200,000 บาทต่อวัน (ค่าธรรมเนียม 100 บาท)

วิธีการสมัคร

  • สาขาธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ และสมัครผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS

สายนักธุรกิจ : Youtrip 

เป็นบริการ Travel wallet กระเป๋าเงินดิจิทัลรองรับหลายสกุลเพื่อการเดินทาง เหมาะกับสายนักธุรกิจเพราะบัตรนี้เขามีสกุลเงินให้แลกเปลี่ยนมากถึง 150 สกุลเงิน ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหนก็พร้อมจ่ายได้ทุกประเทศแน่นอน

ข้อมูลที่คุณควรรู้

  • ประเภทบัตร Mastercard
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมสมัครบัตร และค่าธรรมเนียมรายปี
  • วงเงินสูงสุดเติมได้ 500,000 บาท
  • ใช้จ่ายได้สูงสุด 200,000 บาทต่อวัน
  • ช้อปปิ้งออนไลน์ได้สูงสุด 100,000 บาทต่อวัน
  • แลกเงินล่วงหน้า ได้ 10 สกุลเงิน
  • แลกเงินได้ถึง 150 สกุลเงิน

วิธีการสมัคร

  • สมัครผ่านแอป YouTrip 

และจากข้อมูลที่ gettgo นำมาฝากกัน ลองเลือกและเปรียบเทียบ travel card ใบไหนที่ใช่คุณแล้วนำไปใช้กันดูนะครับ เพื่อการท่องเที่ยวที่ดีกว่าและง่ายขึ้น! และนอกจากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยอีกอย่างหนึ่งก็คือประกันการเดินทางที่จะช่วยให้คุณหมดห่วงในทุกๆทริป
 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ประกันเดินทาง รับประกันถึงอายุเท่าไหร่
4 กิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่ควรลองสักครั้งในชีวิต
5 วิธีวางแผนซื้อประกันเดินทางอย่างฉลาด
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊