ประกันของเรา
บทความ
เกี่ยวกับ gettgo

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็ง อาการแบบไหนที่สังเกตได้ด้วยตัวเอง

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็ง แบบไหนสังเกตด้วยตัวเองได้

โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น บางโรคก็อาจเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของเราเอง ซึ่งมักจะมาเตือนเพื่อบอกให้เรารู้ว่า กำลังใช้งานร่างกายหนักเกินไป หากเป็นเพียงโรคเบา ๆ ทั่วไป ก็พอจะรักษาให้หายขาดได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่หากโชคร้ายป่วยเป็นโรคร้ายแรง โอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้ก็ยิ่งยากและใช้เวลานาน บทความนี้จะมาพูดถึงโรคร้ายแรงอันดับหนึ่งอย่าง “โรคมะเร็ง” ที่ใคร ๆ ต่างก็ไม่อยากเป็น แต่หากเป็นแล้วก็คงต้องฮึดสู้และผ่านมันไปให้ได้ เพราะโรคนี้ แม้จะน่ากลัวแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษา ทางที่ดีคือเราควรทำความรู้จักกับโรคร้ายนี้ให้ดี เพื่อหากเริ่มมีอาการจะได้รีบเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งเดี๋ยวนี้เรายังมีตัวช่วยคอยรับมืออย่าง ประกันมะเร็งและโรคร้ายแรง ให้อุ่นใจอีกด้วย

“มะเร็ง” โรคร้ายอันดับ 1

จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติเมื่อปี 2561 พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งกว่า 139,206 คนต่อปี หรือวันละ 381 คน และมีจำนวนผู้เสียชีวิตถึง 230 คนต่อวัน หรือกว่า 84,000 คนต่อปี และจากการสำรวจของกรมควบคุมโรคเมื่อปี 2562 พบว่า โรคไม่ติดต่อที่เป็นสาเหตุให้ประชากรไทยเสียชีวิตมากที่สุด อันดับหนึ่งคือโรคมะเร็ง ผลสำรวจพบว่าในประชากร 100,000 คน มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมากถึง 125 คนเลยทีเดียว

สาเหตุที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีอัตราเสียชีวิตสูงคงเป็นเพราะว่าโรคมะเร็งมักจะไม่แสดงอาการออกมาให้รู้ในระยะแรกหรืออาจจะน้อยมากจนผู้ป่วยไม่ทันสังเกตตัวเอง ว่าเราอาจจะเสี่ยงเป็นโรคนี้อยู่ และเมื่อเป็นแล้วก็ยังต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูงมาก อีกทั้งยังมีโอกาสเป็นซ้ำได้ แม้จะรักษาหายไปแล้วก็ตาม

แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีทางหายขาด และเรายังสามารถลดความเสี่ยงโรคนี้ได้จากการใส่ใจใช้ชีวิต รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากนี้แพทย์ก็มักจะแนะนำให้เราหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพราะโรคมะเร็งนี้ยิ่งตรวจพบเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้มากขึ้นเท่านั้น

โรคมะเร็งมีกี่ระยะ

แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคร้ายนี้ให้ดีเสียก่อน “มะเร็ง” หมายถึงโรคที่เกิดจากเซลล์มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ หรือที่เราเรียกกันว่า “เนื้องอก” แต่เนื้องอกก็มีทั้งที่เป็นเนื้อดีและเนื้อร้าย แน่นอนว่ามะเร็งก็คือเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายนั่นเอง และเนื้อร้ายนี้ เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายได้ หรือที่เราเรียกกันเป็น “ระยะ” ต่าง ๆ นั่นเอง

ระยะของโรคมะเร็งมักแบ่งเป็นระยะ 0-4 โดยดูจากการแบ่งตัวหรือการเติบโตของเซลล์มะเร็ง

ระยะ 0 : ระยะที่เซลล์มะเร็งยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อ ยังอยู่ในบริเวณพื้นผิวของเยื่อบุอวัยวะ
ระยะ 1 : เซลล์ที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กกว่า 2 เซนติเมตรหรือขนาดเมล็ดถั่ว และยังลุกลามจำกัดอยู่ภายในอวัยวะต้นกำเนิดเซลล์มะเร็งเท่านั้น
ระยะ 2 : เซลล์มะเร็งขยายใหญ่ขึ้นอยู่ที่ประมาณ 2-5 เซนติเมตร เริ่มลามไปอวัยวะข้างเคียง หรือต่อมน้ำเหลืองใกล้กับอวัยวะต้นกำเนิดเซลล์มะเร็ง
ระยะ 3 : เซลล์ยิ่งขยายใหญ่ อาจมากกว่า 5 เซนติเมตร และลามไปยังต่อมน้ำเหลืองที่ไกลกว่าอวัยวะต้นกำเนิดเซลล์มะเร็ง ซึ่งอาจมีหลายต่อม และขนาดกับตำแหน่งของก้อนมะเร็งก็แตกต่างกันไป
ระยะ 4 : มะเร็งระยะสุดท้าย เซลล์มะเร็งลามไปยังอวัยวะอื่นในร่างกายที่ไกลออกจากอวัยวะต้นกำเนิดผ่านทางกระแสเลือดหรือน้ำเหลือง ระยะนี้ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ได้แล้ว

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งส่วนหนึ่งเกิดมาจากวิถีการใช้ชีวิตของเราในแต่ละวันที่มีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพ เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ การได้รับรังสีอันตราย เช่น รังสีอัลตราไวโอเลต หรือสารเคมี เช่น ควันบุหรี่ สารพิษจากโรงงาน ฯลฯ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ เช่น เคยมีคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งมาก่อนแล้ว หรือภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น จะเห็นได้ว่าในบางกรณีเราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ แต่ในบางกรณีโรคมะเร็งก็อาจจะถามหาเราโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกตร่างกาย และ สุขภาพของตัวเองอยู่เป็นประจำ


วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็ง

เมื่อรู้จักแล้วว่าอะไรคือโรคมะเร็ง และมีกี่ระยะบ้าง ต่อมาสิ่งที่เราควรต้องรู้ก็คือการเฝ้าสังเกตอาการของโรคมะเร็งในเบื้องต้น เพราะยิ่งตรวจพบเร็วก่อนจะไปถึงระยะที่ 4 หรือระยะสุดท้ายมากเท่าไร อัตราการรักษาให้หายขาดได้ก็ยิ่งมีสูงมากเท่านั้น โดยเราจะมาดูวิธีสังเกตอาการของ 5 โรคมะเร็งที่คนไทยเป็นกันเยอะที่สุด

มะเร็งตับ : มะเร็งชนิดนี้พบได้บ่อยในผู้ชาย ส่วนผู้หญิงก็มีอัตราการเกิดสูงเช่นเดียวกัน วิธีสังเกตอาการของมะเร็งตับ เช่น

- ปวดหรือแน่นท้องบริเวณด้านขวาบน หรือบริเวณลิ้นปี่
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด 
- เคมีน้ำดีในตับบกพร่องทำให้มีปัญหาการย่อยอาหาร เช่น ท้องอืด
- อาจมีอาการท้องโตและตึง ลูบคลำแล้วมีก้อน
- หากเป็นในระยะท้าย ๆ ของมะเร็ง อาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน

มะเร็งปอด : มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่ทำให้ชาวไทยเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ สาเหตุมักมาจากการได้รับควันพิษหรือมลพิษมากเกินไป เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป ฝุ่น PM2.5 อาการที่สังเกตได้ มักมีดังนี้

- มีอาการไอเรื้อรัง บางรายมักไอเป็นเลือด
- มีความรู้สึกหายใจติดขัด เหนื่อยง่าย
- เสียงแหบ
- เจ็บแน่นหน้าอก
- เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด

มะเร็งเต้านม : พบมากที่สุดในผู้หญิง และยังเป็นสาเหตุให้ผู้หญิงเสียชีวิตมากเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาโรคมะเร็งทั้งหมด อาการที่ควรหมั่นสังเกต ได้แก่

- ปวดเต้านม
- มีก้อนบริเวณใต้รักแร้หรือเต้านม
- มีน้ำที่ไม่ใช่น้ำนมไหลจากหัวนม หรืออาจมีเลือดออก
- หัวนมผิดตำแหน่ง หรือมีรอยบุ๋ม และอาจมีผื่นรอบ ๆ หัวนม

มะเร็งลำไส้ใหญ่ : นับเป็นมะเร็งอีกหนึ่งชนิดที่พบมากที่สุดทั้งชายและหญิง มะเร็งชนิดนี้อาจเกิดมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ไม่รับประทานผักและผลไม้ ดื่มสุราจัด นอกจากนี้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือผู้ที่เคยเป็นลำไส้ใหญ่อักเสบก็อาจมีความเสี่ยงเช่นกัน อาการที่พบได้ เช่น

- ลักษณะอุจจาระผิดไปจากปกติ เช่น ขนาดเล็กลง
- ปวดเกร็งในท้อง
- อาจมีเลือดปนออกมาจากอุจจาระ
- ท้องผูกสลับท้องเสีย
- กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หากก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่

มะเร็งปากมดลูก : เป็นมะเร็งที่พบได้ในผู้หญิงซึ่งมักเกิดจากการได้รับเชื้อไวรัส HPV (Human Pappilloma Virus) เชื้อนี้อาจมาจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือจากแม่สู่ลูกอาการที่สังเกตได้เบื้องต้น เช่น

- มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
- อาจมีอาการถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะเป็นเลือด

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงอาการเบื้องต้นที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง แต่บางครั้งโรคมะเร็งระยะแรก ๆ ก็อาจจะไม่แสดงอาการออกมา ผู้ป่วยหลายคนรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนเองเป็นระยะท้าย ๆ เข้าไปแล้ว การรักษาให้หายขาดจึงยิ่งยาก เพราะฉะนั้นการหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอจึงสำคัญ และการตรวจสุขภาพประจำปีก็ช่วยทำให้แน่ใจได้อีกทาง อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำเลยคือ “การทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมโรคมะเร็ง”

โรคมะเร็งจัดเป็นโรคร้ายแรงที่ต้องอาศัยการรักษาขั้นสูงและยาวนานกว่าจะหายขาด ดังนั้นปัญหาที่ตามมาและซ้ำเติมผู้ป่วยมะเร็งอย่างมากก็คือปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เฉลี่ยแล้วค่ารักษาโรคมะเร็งในแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 100,000-150,000 บาทเลยทีเดียว และแน่นอนว่าไม่ได้จบแค่ครั้งสองครั้ง วิธีที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้อย่างดีที่สุดก็คือการทำประกันมะเร็ง

บริษัทประกันชั้นนำมักจะมีแผนประกัน ที่ให้ความคุ้มครองโรคมะเร็ง หากตรวจพบก็จะมีการจ่ายเงินชดเชยหรือจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ (ขึ้นอยู่กับแผนประกัน) ทางที่ดีเราควรซื้อประกันมะเร็งเอาไว้แต่เนิ่น ๆ ยิ่งอายุน้อยค่าเบี้ยยิ่งถูกอีกด้วย และแม้โรคมะเร็งจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดกับเรา การมีประกันมะเร็งติดไว้สักแผนก็นับว่าเป็นการเตรียมรับมือตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้เราได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและมีโอกาสหายขาดจนกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

แนะนำอ่าน : โรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง ? และกรณีไหนที่ประกันโรคร้ายแรงไม่คุ้มครอง

บทความที่คุณอาจสนใจ

เบี้ยปีละ 5,000 ประกันมะเร็งเจ้าไหน เจอ จ่าย เยอะ
“ฝันร้ายของเด็กเล็ก” ไวรัส RSV ค่ารักษาสูง ประกันที่ครอบคลุมคือคำตอบ
3 คำถามก่อนทำประกันวัคซีน
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊