- สรุปใจความสำคัญ
- ผู้ชายมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดไหนมากที่สุด ?
- ปัจจัยอะไรเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในผู้ชาย ?
- การตรวจคัดกรองและการป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงโรคมะเร็งในผู้ชาย
- ดูแลสุขภาพอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งในผู้ชาย ?
- วางแผนรับมือความเสี่ยงมะเร็ง ด้วยประกันโรคมะเร็งออนไลน์จาก gettgo
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็งในผู้ชาย (FAQs)
- ข้อมูลอ้างอิง
เช็กความเสี่ยงโรคมะเร็งในผู้ชาย พร้อมแนวทางตรวจคัดกรอง
เขียนวันที่ 02/11/2026
สรุปใจความสำคัญ
ผู้ชายมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยมีปัจจัยจากอายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหาร พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม การตรวจคัดกรองตามอายุและระดับความเสี่ยง รวมถึงการเลิกบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นแนวทางดูแลสุขภาพที่ควรให้ความสำคัญ พร้อมวางแผนความคุ้มครองด้วยประกันโรคมะเร็งเพื่อเตรียมรับมือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น

การดูแลสุขภาพของคุณผู้ชายยุคนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่การเข้ายิมออกกำลังกายหรือเลือกกินอาหารดี ๆ เท่านั้น แต่การรู้เท่าทันภัยเงียบอย่าง "โรคมะเร็ง" ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่ออายุเริ่มแตะเลข 4 หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงสะสม การทำความเข้าใจว่า ผู้ชายเสี่ยงมะเร็งชนิดไหนบ้าง และมีปัจจัยใดที่ต้องระวัง จะช่วยให้เราสังเกตความผิดปกติได้ไว และวางแผนรับมือได้อย่างทันท่วงที
นอกจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแล้ว การตรวจสุขภาพคัดกรองตามความเหมาะสมก็มีส่วนสำคัญในการสยบโรคร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ขณะเดียวกัน การวางแผนทางการเงินล่วงหน้าด้วยประกันสุขภาพหรือประกันโรคมะเร็ง ก็จะเข้ามาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหนักที่อาจเกิดขึ้นหากต้องเข้ารับการรักษาในอนาคต
ผู้ชายมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดไหนมากที่สุด ?
มะเร็งที่พบในผู้ชายมีหลายชนิด และแต่ละโรคมีลักษณะรวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันไป ตั้งแต่มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะภายใน ไปจนถึงมะเร็งที่สัมพันธ์กับระบบสืบพันธุ์และทางเดินอาหาร โดย 5 ชนิดที่ผู้ชายควรรู้จักและเฝ้าระวัง ได้แก่
1. โรคมะเร็งตับ
โรคมะเร็งตับเป็นอีกหนึ่งโรคที่ผู้ชายไทยควรเฝ้าระวัง โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี รวมถึงภาวะไขมันพอกตับและโรคตับแข็ง ผู้ที่มีปัจจัยเหล่านี้ควรใส่ใจสุขภาพตับและตรวจสุขภาพตามระดับความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
2. โรคมะเร็งปอด
โรคมะเร็งปอดพบความเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่มือสอง รวมถึงการสัมผัสมลพิษทางอากาศเป็นเวลานาน เช่น ฝุ่น PM2.5 ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่หรือมีความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม จึงควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ และปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองที่เหมาะสม
3. มะเร็งต่อมลูกหมาก
โรคร้ายที่สัมพันธ์โดยตรงกับระดับฮอร์โมนเพศชายและอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป รวมถึงคนที่มีประวัติครอบครัวเคยเป็นมะเร็ง ความน่ากลัวคือในระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ ออกมาเลย
4. มะเร็งลำไส้ใหญ่
โรคที่เติบโตตามพฤติกรรมการกินของคนยุคใหม่ ทั้งการชอบรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารทอด ของมัน ปิ้งย่างไหม้เกรียม และทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์น้อยเกินไป จนทำให้ระบบขับถ่ายสะสมสารก่อมะเร็งไว้เป็นเวลานาน
5. มะเร็งช่องปากและหลอดอาหาร
มะเร็งช่องปากและหลอดอาหารมีความสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเมื่อมีพฤติกรรมทั้งสองร่วมกัน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของเนื้อเยื่อบริเวณช่องปาก ลำคอ และหลอดอาหาร การลดหรือเลิกพฤติกรรมดังกล่าว รวมถึงสังเกตอาการ เช่น แผลในช่องปากที่ไม่หายเป็นเวลานาน จึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ
ปัจจัยอะไรเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในผู้ชาย ?
โรคมะเร็งมักเกิดจากการสะสมความเสี่ยงเรื้อรัง ซึ่งมาจาก 4 ต้นเหตุสำคัญ ดังนี้
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต : การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยหลักที่ทำลายเซลล์จนนำไปสู่มะเร็งหลายชนิด ควบคู่กับการพักผ่อนไม่เพียงพอและขาดการออกกำลังกาย
- พฤติกรรมโภชนาการ : เน้นบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารไขมันสูง หรือปิ้งย่างไหม้เกรียมเป็นประจำ โดยได้รับผักและใยอาหารไม่เพียงพอ
- มลพิษทางการทำงาน : การสัมผัสสารเคมี ฝุ่นควัน ละอองสี หรือไอเสียต่อเนื่องโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
- พันธุกรรมและการติดเชื้อเรื้อรัง : ประวัติครอบครัวป่วยเป็นมะเร็ง รวมถึงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับ

การตรวจคัดกรองและการป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงโรคมะเร็งในผู้ชาย
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งควรเลือกให้สอดคล้องกับปัจจัยของแต่ละบุคคล ทั้งอายุ ประวัติครอบครัว สุขภาพ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้นและวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
การตรวจคัดกรองตามช่วงอายุและปัจจัยเฉพาะบุคคล
มะเร็งบางชนิดมีความสัมพันธ์กับอายุ พันธุกรรม และประวัติครอบครัว จึงควรประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคลและเลือกวิธีตรวจให้เหมาะสม เช่น
- มะเร็งต่อมลูกหมาก : ผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยการตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสุขภาพต่อมลูกหมาก เนื่องจากโรคอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ทั้งนี้ ควรพิจารณาประโยชน์และข้อจำกัดของการตรวจ รวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ : การคัดกรองมักเริ่มพิจารณาตั้งแต่อายุประมาณ 45 ปีในผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไป โดยมีหลายวิธีให้เลือก รวมถึงการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ซึ่งสามารถตรวจหาความผิดปกติและตัดติ่งเนื้อบางชนิดได้ระหว่างการตรวจ
การตรวจคัดกรองตามพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเชื้อ
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือภาวะสุขภาพบางอย่างอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ดังนี้
- กลุ่มเสี่ยงมะเร็งตับ : ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน มีภาวะไขมันพอกตับ หรือมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ควรติดตามสุขภาพตับตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์ตับ
- กลุ่มเสี่ยงมะเร็งปอด : ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่เป็นเวลานานหรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ควรประเมินระดับความเสี่ยงกับแพทย์ โดยผู้ที่เข้าเกณฑ์ความเสี่ยงสูงอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองด้วย Low-Dose CT Scan ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในการคัดกรองมะเร็งปอดในกลุ่มเสี่ยง แทนการเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไป
ดูแลสุขภาพอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งในผู้ชาย ?
การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งได้ โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรมที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้
- งดบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ : การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด มะเร็งตับ รวมถึงมะเร็งช่องปากและหลอดอาหาร การลดหรือเลิกพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่ควรให้ความสำคัญ
- เลือกรับประทานอาหารและควบคุมน้ำหนัก : เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหาร พร้อมลดอาหารทอด อาหารไขมันสูง และเนื้อสัตว์แปรรูป ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้ใหญ่ทั่วไปควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยดูแลน้ำหนักและสุขภาพโดยรวม
- เตรียมความพร้อมด้านค่าใช้จ่าย : นอกจากการดูแลสุขภาพแล้ว การวางแผนความคุ้มครองล่วงหน้าก็ช่วยเตรียมรับมือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาได้ เช่น การเลือกประกันสุขภาพ ประกันมะเร็งปอด หรือประกันโรคมะเร็งให้เหมาะกับความต้องการและงบประมาณ
วางแผนรับมือความเสี่ยงมะเร็ง ด้วยประกันโรคมะเร็งออนไลน์จาก gettgo
แม้การดูแลสุขภาพและตรวจคัดกรองตามความเหมาะสมจะช่วยให้รู้เท่าทันความเสี่ยง แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็เป็นอีกเรื่องที่ควรวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีที่ต้องรักษาต่อเนื่องหรือมีค่าใช้จ่ายจากการรักษาเฉพาะทาง
ประกันโรคมะเร็งออนไลน์ เจอ จ่าย จบ ทุกระยะ จาก gettgo เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครอง สามารถเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจ
เริ่มวางแผนความคุ้มครองให้เหมาะกับความต้องการผ่าน gettgo เพื่อเตรียมพร้อมรับมือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-111-7800 หรือ LINE OA : @gettgo
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็งในผู้ชาย (FAQs)
ประกันมะเร็งครอบคลุมมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งตับไหม ?
โดยทั่วไปประกันมะเร็งสามารถให้ความคุ้มครองมะเร็งได้หลายชนิด รวมถึงมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งตับ แต่รายละเอียดความคุ้มครองจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละแผน ควรตรวจสอบรายการโรคที่คุ้มครอง ระยะของโรค ระยะเวลารอคอย และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกัน
ผู้ชายควรเริ่มทำประกันมะเร็งตอนอายุเท่าไร ?
ไม่มีอายุที่กำหนดตายตัว เพราะการเลือกทำประกันควรพิจารณาจากอายุ สุขภาพ ประวัติคนในครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม การเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุยังไม่มากอาจช่วยให้มีทางเลือกด้านความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการมากขึ้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบเกณฑ์การรับประกันของแต่ละแผน
หากเคยสูบบุหรี่ ยังสามารถทำประกันโรคมะเร็งได้หรือไม่ ?
ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่อาจยังสามารถสมัครประกันโรคมะเร็งได้ แต่บริษัทประกันจะพิจารณาจากข้อมูลสุขภาพและเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละแผน จึงควรแจ้งข้อมูลตามความเป็นจริงและตรวจสอบรายละเอียดก่อนสมัคร
ผู้ชายที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งควรวางแผนความคุ้มครองอย่างไร ?
ควรพิจารณาทั้งการตรวจสุขภาพตามความเหมาะสมและการวางแผนความคุ้มครองให้สอดคล้องกับปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะหากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งบางชนิด ควรศึกษาวงเงินความคุ้มครอง เงื่อนไขการรับประกัน และข้อยกเว้นของแต่ละแผนก่อนเลือกซื้อ
ทำประกันมะเร็งแล้ว ยังจำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งหรือไม่ ?
ยังจำเป็น เพราะประกันมีหน้าที่ช่วยด้านความคุ้มครองค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ขณะที่การตรวจคัดกรองมีเป้าหมายเพื่อค้นหาความผิดปกติให้เร็วขึ้น ทั้งสองส่วนจึงเป็นการเตรียมความพร้อมคนละด้านและสามารถวางแผนควบคู่กันได้
ข้อมูลอ้างอิง
- โรคมะเร็ง ภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 จาก https://www.bpk9internationalhospital.com/care_blog/content/Cancer
- Tracking cancer hospitalizations: seventeen-year sex-specific trends in nationally representative hospitalization data on malignant neoplasms in Thailand (2007–2023). สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12754926/

