- สิทธิ์ค่ารถยกประกันชั้น 1 และประเภทอื่น ๆ คุ้มครองอะไรบ้าง ?
- 4 ขั้นตอนการเบิกค่ารถยกกับประกันแบบเข้าใจง่าย
- ไขข้อสงสัย เบิกค่ารถยกกับประกันกี่วันได้เงินคืน ?
- กรณีที่อาจจะเบิกค่ารถยกจากประกันไม่ได้ หรือได้ไม่เต็มจำนวน
- เลือกประกันรถยนต์ที่ใช่ คุ้มครองครอบคลุมถึงบริการรถสไลด์ที่ gettgo
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการรถยกและการเคลมประกัน (FAQs)
ไขข้อข้องใจ ขั้นตอนเคลมค่ารถยกจากประกันภัยรถยนต์
เขียนวันที่ 15/07/2026
Key Takeaways
เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสียฉุกเฉิน ผู้เอาประกันภัยสามารถเบิกค่าบริการรถยกหรือรถสไลด์จากบริษัทประกันได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ประกันภัยชั้น 1 จะคุ้มครองค่ารถยกเต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดต้องไม่เกิน 20% ของค่าซ่อมรถในครั้งนั้น สำหรับขั้นตอนการเคลม เพียงแค่ตั้งสติ ประสานงานกับบริษัทประกันทันที ถ่ายรูปหลักฐาน ขอใบเสร็จรับเงินฉบับจริง และยื่นเอกสารเคลมให้ครบถ้วน เพียงเท่านี้ก็ช่วยรักษาผลประโยชน์และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้แล้ว
เมื่อรถเสียกลางทางหรือเกิดอุบัติเหตุจนขับต่อไม่ได้ บริการรถยกหรือรถสไลด์คือสิ่งแรกที่ทุกคนเรียกใช้ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าค่าบริการรถยกที่มีราคาสูงตามระยะทางนี้ สามารถเบิกเงินคืนจากประกันภัยรถยนต์ได้ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเงื่อนไขบริการรถยกของประกันชั้น 1 ว่าคุ้มครองแค่ไหน มีขั้นตอนการแจ้งเคลมอย่างไร และต้องรอกี่วันถึงจะได้เงินคืน เพื่อให้คุณรักษาประโยชน์และจัดการกับค่าบริการรถยกได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

สิทธิ์ค่ารถยกประกันชั้น 1 และประเภทอื่น ๆ คุ้มครองอะไรบ้าง ?
ความคุ้มครองค่ารถยกหรือรถสไลด์ของแต่ละกรมธรรม์จะมีความแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้
1. กรณีเกิดอุบัติเหตุ (Accident)
หากรถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุจนไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ประกันภัยรถยนต์ โดยเฉพาะประกันชั้น 1, ชั้น 2+ และ 3+ จะมีความคุ้มครองค่ารถยกเพื่อลากรถไปยังอู่ซ่อมหรือศูนย์บริการ ซึ่งส่วนใหญ่จะคุ้มครองในวงเงินไม่เกิน 20% ของค่าซ่อมแซมรถยนต์ในครั้งนั้น ๆ หรือจ่ายตามจริงในระยะทางที่กำหนด
2. กรณีรถเสียฉุกเฉิน (Roadside Assistance)
สำหรับกรณีที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น เครื่องยนต์ดับ แบตเตอรี่หมด หรือยางแตก สิทธิ์ในการใช้รถยกฟรีจะขึ้นอยู่กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ซึ่งมักจะเป็นสิทธิประโยชน์เสริมของประกันชั้น 1 บางบริษัท หรืออาจต้องซื้อบริการนี้เพิ่มเติม
4 ขั้นตอนการเบิกค่ารถยกกับประกันแบบเข้าใจง่าย
เมื่อเกิดเหตุและจำเป็นต้องใช้บริการรถยก เพื่อให้กระบวนการเคลมเงินคืนเป็นไปอย่างราบรื่น คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. แจ้งเคลมกับบริษัทประกันทันที
โทรติดต่อสายด่วนบริษัทประกันของคุณ เพื่อแจ้งอุบัติเหตุหรือเหตุรถเสีย พร้อมสอบถามเงื่อนไขการใช้รถยก รวมถึงตรวจสอบว่าบริษัทมีรถยกในเครือข่ายที่พร้อมส่งมาให้บริการหรือไม่
2. ถ่ายรูปภาพเป็นหลักฐาน
ถ่ายรูปสภาพรถยนต์ ณ จุดเกิดเหตุ ป้ายทะเบียนรถ และลักษณะความเสียหายให้ชัดเจน รวมถึงถ่ายรูปขณะที่รถกำลังถูกยกหรือเคลื่อนย้ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในการเคลม
3. ขอใบเสร็จรับเงินฉบับจริง
ในกรณีที่บริษัทประกันให้คุณสำรองจ่ายค่ารถยกไปก่อน หรือจำเป็นต้องเรียกใช้รถยกนอกเครือข่าย คุณต้องขอใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีฉบับจริงที่ระบุชื่อ-นามสกุล วันเวลา และระยะทางให้ถูกต้องชัดเจน
4. ยื่นเอกสารเคลม
นำใบเสร็จรับเงินฉบับจริง สำเนาทะเบียนรถ สำเนาใบขับขี่ สำเนาหน้า Book Bank และเอกสารแจ้งความเสียหายจากประกัน (ใบเคลม) ยื่นต่อบริษัทประกันเพื่อตั้งเรื่องอนุมัติเบิกเงินคืน
ไขข้อสงสัย เบิกค่ารถยกกับประกันกี่วันได้เงินคืน ?
โดยปกติแล้ว หลังจากที่บริษัทประกันได้รับเอกสารเคลมค่ารถยกครบถ้วน กระบวนการตรวจสอบและอนุมัติการจ่ายเงินโอนเข้าบัญชีจะใช้เวลาประมาณ 7-15 วันทำการ
ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของหลักฐาน ความถูกต้องของเอกสาร และนโยบายการจ่ายเงินของแต่ละบริษัท แนะนำว่าหลังจากส่งเอกสารไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ให้โทรสอบถามสถานะการเคลมกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อความแน่นอน
กรณีที่อาจจะเบิกค่ารถยกจากประกันไม่ได้ หรือได้ไม่เต็มจำนวน
แม้คุณจะมีประกันภัยรถยนต์ แต่อาจมีบางสถานการณ์ที่ทำให้สิทธิ์การเบิกค่ารถยกถูกปฏิเสธ หรือเบิกเงินคืนได้เพียงบางส่วน ดังนี้
ระยะทางเกินที่กำหนด
หากคุณต้องการลากรถไปอู่ซ่อมเฉพาะทางที่อยู่ไกลมาก หรือต้องการลากข้ามจังหวัดเกินกว่าระยะทางขั้นต่ำที่กรมธรรม์ระบุไว้ เช่น เกิน 20-30 กิโลเมตร คุณจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าบริการส่วนต่างตามระยะทางที่เกินด้วยตนเอง
เรียกใช้บริการเองโดยไม่แจ้งประกัน
บางบริษัทประกันมีข้อกำหนดเคร่งครัดเรื่องการใช้บริการรถยกนอกเครือข่าย หากเกิดเหตุแล้วคุณเรียกใช้รถยกเองทันทีโดยไม่โทรประสานงานแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน อาจทำให้เบิกเงินคืนได้เพียงบางส่วนตามเกณฑ์ราคากลางของบริษัทเท่านั้น
รถเสียจากการดัดแปลงที่ผิดกฎหมาย
หากสาเหตุที่รถยนต์ขับเคลื่อนไม่ได้และต้องใช้รถยก มาจากการดัดแปลงเครื่องยนต์ ดัดแปลงระบบไฟ หรือสภาพรถที่ผิดกฎหมายและส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง บริษัทประกันอาจปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมด
การรู้วิธีเบิกค่ารถยกจากประกันจะช่วยลดความกังวลใจเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้มาก เพียงแค่มีสติ แจ้งประกันเป็นอันดับแรก และเก็บหลักฐานใบเสร็จให้ครบถ้วน การได้รับเงินชดเชยค่ารถยกก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เลือกประกันรถยนต์ที่ใช่ คุ้มครองครอบคลุมถึงบริการรถสไลด์ที่ gettgo
การดูแลรถยนต์ให้พร้อมใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ แต่เพราะอุบัติเหตุและเหตุรถเสียฉุกเฉินคาดเดาไม่ได้ การมีประกันที่คุ้มครองครอบคลุมถึงสิทธิ์บริการรถยกหรือรถสไลด์ จึงช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างมั่นใจและลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
ที่ gettgo เรารวบรวมแผนประกันรถยนต์และประกันรถไฟฟ้า (EV) จากบริษัทชั้นนำมาให้คุณเปรียบเทียบได้ง่ายในที่เดียว มีครบทั้งประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองไปจนถึงแบตเตอรี่และบริการรถสไลด์ หรือประกันชั้นอื่น ๆ ในราคาคุ้มค่าที่ตอบโจทย์งบประมาณและลักษณะการใช้งานของคุณที่สุด เลือกแผนที่ใช่ได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ gettgo หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้ที่ โทร. 02-111-7800 หรือ LINE OA: @gettgo
ข้อมูลอ้างอิง
- Roadside Emergency | What to Do in a Car Breakdown. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569. จากhttps://www.consumerreports.org/cro/news/2012/02/what-to-do-in-a-roadside-emergency/index.htm
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการรถยกและการเคลมประกัน (FAQs)
Q: หากต้องใช้บริการรถยกตอนกลางคืนหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถเบิกประกันได้ไหม ?
A: เบิกได้ตามปกติ ตราบใดที่เข้าเงื่อนไขตามกรมธรรม์ เนื่องจากบริษัทประกันส่วนใหญ่มีศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานงานรถยกตลอด 24 ชั่วโมง
Q: ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุพร้อมกันหลายคัน รถยกสามารถยกรถไปส่งพร้อมกันและแชร์ค่าใช้จ่ายเพื่อมาเบิกประกันได้หรือไม่ ?
A: ไม่ได้ บริษัทประกันจะพิจารณาจ่ายค่ารถยกแยกตามรายคันและตามจริงเฉพาะรถคันที่ระบุในทุนประกันของแต่ละกรมธรรม์เท่านั้น
Q: ถ้าเป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุ เช่น ขับรถชนเสาไฟฟ้าหรือชนคันอื่น ยังสามารถเบิกค่ารถยกจากประกันชั้น 1 ได้ไหม ?
A: เบิกได้ เนื่องจากประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันที่เอาประกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดก็ตาม
Q: หากรถยนต์ติดแก๊ส (LPG/NGV) แล้วเกิดระบบแก๊สรั่วจนขับต่อไม่ได้ สามารถใช้บริการรถยกฉุกเฉินได้หรือไม่ ?
A: ใช้ได้ หากประกันมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าอย่างชัดเจนเพื่อให้ส่งรถยกที่ปลอดภัยต่อถังแก๊สมาดูแลเฉพาะทาง
