วิธีเลือกประกันการเดินทางสำหรับ Schengen Visa อัปเดตปี 2569

เขียนวันที่ 15/07/2026


Key Takeaways 

เมื่อวางแผนเดินทางไปยุโรป การเตรียมทำประกันการเดินทางสำหรับ Schengen Visa เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ โดยสถานทูตกำหนดให้ผู้ยื่นขอวีซ่าต้องมีกรมธรรม์ที่ระบุทุนประกันขั้นต่ำ 30,000 ยูโร ซึ่งครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน การเคลื่อนย้าย และการส่งตัวกลับประเทศ วิธีเลือกประกันการเดินทางสำหรับการยื่นขอ Schengen Visa ให้เหมาะสม จึงต้องตรวจสอบรายชื่อบริษัทประกันที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และเลือกแผนที่มีนโยบายคืนเงินหากวีซ่าถูกปฏิเสธ การทำความเข้าใจเงื่อนไขและตรวจสอบความคุ้มครองอย่างละเอียดจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธเอกสาร ทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศยุโรปเป็นไปอย่างราบรื่น

การยื่นขอ Visa Schengen ต้องมีเอกสารประกันเดินทางตามเกณฑ์ที่กำหนด 

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 การเดินทางไปเยือนภูมิภาคยุโรปไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการวางแผนท่องเที่ยวที่สวยงาม การเดินทอดน่องบนถนนหินกรวดในอิตาลี หรือการชมแสงเหนือในกลุ่มประเทศนอร์ดิกอีกต่อไป แต่ยังเกี่ยวเนื่องกับระเบียบการผ่านแดนที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะหลังการนำระบบพรมแดนดิจิทัลมาใช้ การขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) จึงเปรียบเสมือนบททดสอบความพร้อมขั้นสูงสุดของนักเดินทาง ซึ่งหนึ่งในเอกสารหลักที่สถานทูตใช้พิจารณาความพร้อมและมักเป็นจุดตกม้าตายของหลายคนคือ กรมธรรม์ประกันการเดินทางสำหรับการยื่นขอ Schengen Visa

หลายคนอาจมองว่าประกันภัยเป็นเพียงเอกสารประกอบตามระเบียบที่หาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่ในมุมมองของเจ้าหน้าที่กงสุล คือเอกสารทางกฎหมายที่ยืนยันความมั่นคงทางการเงินและความรับผิดชอบส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินทางสุขภาพ นักเดินทางจะมีงบประมาณดูแลตัวเองได้โดยไม่สร้างภาระแก่ระบบสวัสดิการของประเทศปลายทาง

ประกันการเดินทาง Schengen Visa คืออะไร และทำไมจึงขาดไม่ได้ ?

ประกันการเดินทางสำหรับ Visa Schengen คือกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองนักเดินทางที่พำนักชั่วคราวในกลุ่มประเทศสมาชิกเชงเก้น โดยมีเงื่อนไขพื้นฐานที่ลึกซึ้งและแตกต่างจากประกันท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งเป็นตามข้อตกลงร่วมกันของสถานทูตในยุโรป โดยกรมธรรม์นี้มีหน้าที่หลัก 3 ประการที่สำคัญ 

  • การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากการบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันขณะอยู่ในต่างประเทศ
  • การเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาพยาบาล การจัดส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือเหมาะสม หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนโดยทีมแพทย์ 
  • การส่งตัวกลับประเทศ การจัดการส่งตัวผู้ป่วยหรือร่างผู้เสียชีวิตกลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว 

ทุนประกันขั้นต่ำที่กำหนดไว้ใน Visa Schengen

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดของนักเดินทางที่กำลังวางแผนไปยุโรป คือการเลือกซื้อแผนประกันเดินทาง โดยดูเพียงเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด คุ้มที่สุด แต่ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดของทุนประกันขั้นต่ำ ซึ่งจุดนี้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจหลักของเจ้าหน้าที่กงสุลในการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธวีซ่า 

วิธีตรวจสอบว่าประกันเดินทาง Visa Schengenครอบคลุมเงินประกันขั้นต่ำ

ในการตรวจสอบความถูกต้องของตัวกรมธรรม์ก่อนนำไปยื่นวีซ่า คุณต้องเช็ก 3 จุดสำคัญดังต่อไปนี้

  • วงเงินคุ้มครอง ต้องมีทุนประกันภัยขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 30,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,200,000-1,500,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้น ๆ สำหรับหมวดค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน
  • ขอบเขตพื้นที่ ในหน้าตารางกรมธรรม์ต้องระบุอย่างชัดเจนว่าคุ้มครองในพื้นที่ Schengen States หรือครอบคลุมทุกประเทศสมาชิกเชงเก้นทั้งหมด ไม่ใช่ระบุเพียงแค่ชื่อประเทศใดประเทศหนึ่งที่ไปเยือน
  • ระยะเวลาคุ้มครอง ต้องครอบคลุมตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเข้าสู่เขตเชงเก้น จนถึงวันที่เดินทางออกจากเขตเชงเก้นอย่างครบถ้วน แนะนำว่าควรซื้อเผื่อไว้อีกประมาณ 1-2 วันเพื่อความปลอดภัย เผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินอย่างเที่ยวบินล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนตารางบินกะทันหัน

ทำไมต้องมีวงเงินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร ?

สำหรับวงเงินประกันค่ารักษาพยาบาลขั้นต่ำ 30,000 ยูโร อาจจะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงสำหรับในประเทศไทย แต่เนื่องจากค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลในทวีปยุโรปมีราคาสูงมาก การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วันอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายหลักแสนหรือหลักล้านบาทได้ง่าย ๆ การมีทุนประกันที่ต่ำกว่าเกณฑ์นี้จึงเสี่ยงในสายตาของสถานทูต การยื่นกรมธรรม์ที่วงเงินคุ้มครองไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำจึงเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้การขอวีซ่าเชงเก้นถูกปฏิเสธ

ผู้หญิงที่ยื่นขอ Visa Schengen พร้อมประกันเดินทาง จนไปเที่ยวได้สำเร็จ

ทำความรู้จักโลกของวีซ่าเชงเก้น 2569

ปัจจุบัน Visa Schengen มีการอัปเดตระบบการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความทันสมัย และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการทำความเข้าใจข้อกำหนดต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม 

ขอบเขตประเทศสมาชิก ในปี 2569 

พื้นที่เชงเก้นครอบคลุมประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป ทั้งประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และนอกสหภาพยุโรปดังต่อไปนี้

  • กลุ่มประเทศสมาชิกเชงเก้นที่เป็นสมาชิก EU เป็นกลุ่มประเทศในยุโรปที่ใช้ทั้งวีซ่าเชงเก้นและอยู่ภายใต้สหภาพยุโรป สามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้โดยไม่ต้องตรวจพรมแดนซ้ำซ้อน ได้แก่ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ออสเตรีย, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก, อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส, กรีซ, มอลตา, สวีเดน, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, โปแลนด์, เช็ก, ฮังการี, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, เอสโตเนีย, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โครเอเชีย, โรมาเนีย และ บัลแกเรีย 
  • กลุ่มประเทศสมาชิกเชงเก้นที่ไม่ใช่สมาชิก EU แม้ประเทศเหล่านี้จะไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรป แต่ได้ลงนามในข้อตกลงเชงเก้น ทำให้คุณสามารถใช้วีซ่าเชงเก้นเดินทางเข้าพำนักและท่องเที่ยวได้ตามปกติ มีทั้งหมด 4 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์
  • กลุ่มประเทศที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเข้าร่วมเชงเก้น เป็นประเทศในทวีปยุโรปที่ไม่สามารถใช้วีซ่าเชงเก้นเข้าได้ และต้องดำเนินการขอวีซ่าแยกต่างหาก หรือตรวจสอบสิทธิ์ฟรีวีซ่าเฉพาะประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร (อังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์, ไอร์แลนด์เหนือ) และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ รวมถึงประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่านอย่างเซอร์เบียและมอนเตเนโกร 

ประเภทวีซ่าเชงเก้น พร้อมทำความเข้าใจวีซ่าระยะสั้น (Type C) และกฎ 90/180 วัน 

สำหรับนักเดินทางที่วางแผนไปเยือนยุโรป วีซ่าหลักที่ต้องดำเนินการยื่นขอคือ วีซ่าเชงเก้นประเภท C (Short-stay visa) ซึ่งมีรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้ ดังนี้

จุดประสงค์การเดินทางที่ครอบคลุม 

ออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อน การเดินทางไปเยี่ยมเยียนครอบครัวหรือคนรู้จัก การติดต่อธุรกิจ หรือแม้แต่การเข้าร่วมงานสัมมนาระยะสั้น 

เงื่อนไขระยะเวลาการพำนัก 

อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าพำนักอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้นได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ภายในกรอบระยะเวลา 180 วัน

กฎ 90/180 วัน คือการกำหนดกรอบเวลาการเดินทางแบบหมุนเวียน (Rolling Window) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าวีซ่ามีอายุเพียง 90 วันแล้วสิ้นสุดลง แต่หมายความว่า ในช่วงระยะเวลา 180 วันใด ๆ ก็ตาม คุณจะมีโควตาสำหรับพำนักในกลุ่มประเทศเชงเก้นรวมกันได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ทันทีที่คุณประทับตราเข้าสู่เขตพรมแดนเชงเก้น ระบบจะเริ่มนับกรอบเวลา 180 วันนี้ หากคุณได้รับอนุมัติวีซ่าแบบเข้า-ออกหลายครั้ง (Multiple Entries) คุณสามารถบริหารจัดการโควตานี้ได้อย่างอิสระ 

ตัวอย่างเช่น คุณอาจเลือกพำนักรวดเดียว 90 วัน หรือแบ่งเป็นการบินเข้า-ออกหลายครั้ง เช่น เดินทางเข้าไปพำนัก 30 วัน แล้วบินกลับออกมาพักนอกเขตเชงเก้น จากนั้นบินกลับเข้าไปใหม่เพื่อใช้โควตาที่เหลืออีก 60 วัน

จุดสำคัญคือ ไม่ว่าคุณจะบินเข้า-ออกกี่ครั้งก็ตาม เมื่อนำจำนวนวันพำนักที่อยู่ในยุโรป ทั้งหมดมารวมกันภายในกรอบเวลา 180 วันนั้น ยอดรวมจะต้องไม่เกิน 90 วันโดยเด็ดขาด การวางแผนตารางเดินทางและคำนวณจำนวนวันเข้า-ออกให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์นี้อย่างแม่นยำ จึงเป็นด่านแรกที่นักเดินทางต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการพำนักเกินกำหนด (Overstay) ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการขอวีซ่าในอนาคต 

Checklist เอกสารยื่นวีซ่าเชงเก้น 

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นตัวชี้วัดว่าวีซ่าจะผ่านการอนุมัติหรือไม่ โดยหลักการพิจารณาของเจ้าหน้าที่กงสุลจะมุ่งเน้นไปที่ความน่าเชื่อถือ เจตนาการเดินทางที่ชัดเจน และความมั่นคงทางการเงินของผู้ยื่นขอวีซ่า เพื่อป้องกันการตกหล่นและเพิ่มความมั่นใจก่อนถึงวันนัดหมาย โดยมีเอกสารเบื้องต้นดังนี้

  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า ต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ อย่างครบถ้วนและตรงตามความเป็นจริง
  • แผนการเดินทาง ระบุตารางการท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางในแต่ละวันอย่างสมเหตุสมผล
  • ใบจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เพื่อยืนยันกำหนดการเดินทางเข้าและออกจากเขตพื้นที่เชงเก้นที่แน่นอน
  • ใบจองที่พัก ต้องมีหลักฐานการจองโรงแรมหรือที่พักที่ครอบคลุมตลอดระยะเวลาของทริปในทุก ๆ คืน
  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง แสดงความเคลื่อนไหวทางบัญชีเพื่อยืนยันสภาพคล่องทางการเงินอย่างแน่นหนา
  • เอกสารรับรองประกันภัย สำหรับยื่นประกันเดินทาง Visa Schengen กรมธรรม์ฉบับนี้จะต้องจัดพิมพ์ออกมาในรูปแบบภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ต่างชาติสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้รวดเร็ว

กฎเหล็กสำหรับเอกสารประกันภัย

ชื่อและนามสกุลที่ระบุบนหน้าตารางกรมธรรม์ จะต้องสะกดตรงตามหนังสือเดินทาง (Passport) ทุกตัวอักษร ห้ามตกหล่น ห้ามเว้นวรรคผิด หรือใช้นามสกุลก่อนการเปลี่ยนชื่อเด็ดขาด เพราะในมุมมองของสถานทูต ความผิดพลาดเพียงหนึ่งตัวอักษรอาจทำให้เอกสารสูญเสียความน่าเชื่อถือ และนำไปสู่การถูกปฏิเสธวีซ่าได้ในทันที การตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดซื้อประกันจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การเตรียมเอกสารทางการเงิน

วิธีเลือกประกันการเดินทางสำหรับ Schengen Visa อัปเดต 2569

การเลือกซื้อประกันภัยให้ผ่านเกณฑ์และคุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่แค่การจิ้มเลือกแพ็กเกจใดก็ได้ แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยเสริมเหล่านี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของคุณ

ตรวจสอบรายชื่อบริษัทประกันภัยที่สถานทูตรับรอง

สถานทูตของแต่ละประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี หรือเนเธอร์แลนด์ จะมีรายชื่อบริษัทประกันภัยในประเทศไทยที่พวกเขาให้การรับรองอย่างเป็นทางการระบุไว้บนเว็บไซต์ หากอยากเพิ่มความมั่นใจสามารถเลือกบริษัทที่สถานทูตแนะนำได้

เงื่อนไขการคืนเงินเบี้ยประกันภัย 

เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ แนะนำให้เลือกแผนประกันเดินทางที่มีนโยบายคืนเงินเบี้ยประกันภัยให้เต็มจำนวน ในกรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธ โดยส่วนใหญ่บริษัทประกันจะขอจดหมายยืนยันการปฏิเสธวีซ่าจากสถานทูตมาเป็นหลักฐานในการทำเรื่องคืนเงิน ซึ่งจุดนี้จะช่วยป้องกันความสูญเสียทางการเงินของคุณได้เป็นอย่างดี 

ความสะดวกในการขอ Certificate

ระบบการออกเอกสารรับรองประกันภัยการเดินทางต้องรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นรูปแบบสากล เพื่อให้คุณสามารถดาวน์โหลด นำไปพิมพ์ และแนบเข้ากับชุดคำร้องขอวีซ่าได้ทันเวลาโดยไม่ต้องรอการจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ให้เสียเวลา 

สรุปตารางเปรียบเทียบประกันเดินทาง Schengen Visa ขั้นต่ำ กับการออกแบบแพ็กเกจการเดินทาง 

การเลือกประกันเดินทาง นอกจากเกณฑ์ของการขอวีซ่าเชงเก้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณา เพื่อให้เหมาะสมกับการเดินทางมากที่สุด โดยสรุปเป็นตารางได้ดังนี้ 

ปัจจัยที่ต้องพิจารณา

แผนประกันภัยแบบขั้นต่ำ
(เกณฑ์สถานทูต)

แผนประกันภัยแบบพลัส / พรีเมียม
(แนะนำสำหรับเดินทางไกล)

วงเงินค่ารักษาพยาบาล

30,000 ยูโร ประมาณ 1.2-1.5 ล้านบาท*

50,000-125,000 ยูโร หรือ 2,000,000-5,000,000 บาทขึ้นไป*

การผ่านเกณฑ์วีซ่า

ผ่านตามมาตรฐานขั้นต่ำของสถานทูต

ผ่านฉลุย และครอบคลุมค่ารักษาในประเทศค่าครองชีพสูง

ความคุ้มครองเที่ยวบินล่าช้า / กระเป๋าหาย

อาจไม่มี หรือมีวงเงินจำกัดมาก

มีวงเงินชดเชยที่สูง เหมาะกับทริปที่มีการต่อเครื่อง

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.

มีตามเงื่อนไขพื้นฐาน

มีสายด่วนภาษาไทยและบริการประสานงานทางการแพทย์ระดับสากล

เหมาะสำหรับใคร

ผู้ที่ต้องการประหยัดงบ, เน้นเอกสารผ่านวีซ่าเป็นหลัก

ผู้ที่เดินทางหลายวัน, มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์, หรือเดินทางพร้อมผู้สูงอายุ

*ขึ้นอยู่กับอัตราการแลกเปลี่ยนในขณะนั้น โดยการคำนวณนี้ใช้ 1 ยูโร = 38-40 บาท 

เลือกประกันเดินทาง Visa Schengen จาก gettgo

การยื่นวีซ่าเชงเก้นเต็มไปด้วยรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ต้องแม่นยำ อย่าปล่อยให้ขั้นตอนสำคัญอย่างการเลือกประกันเดินทางกลายเป็นอุปสรรคต่อความฝันของคุณ 

gettgo คัดสรรแผนประกันเดินทางจากบริษัทชั้นนำที่สถานทูตให้การยอมรับอย่างเป็นทางการ โดยทุกแผนออกแบบมาให้มีทุนประกันขั้นต่ำและเงื่อนไขความคุ้มครองครบถ้วนตามมาตรฐานยุโรปปี 2569 คุณสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันและความคุ้มครองย่อยได้อย่างโปร่งใส พร้อมรับกรมธรรม์และ Certificate ทางอีเมลทันทีที่ชำระเงิน ให้การเตรียมตัวยื่นวีซ่าเชงเก้นของคุณเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้ที่ โทร. 02-111-7800 หรือ LINE OA : @gettgo

ข้อมูลอ้างอิง 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันการเดินทางสำหรับ Schengen Visa (FAQs)

Q: หากต้องเดินทางไปนอกเขตเชงเก้นด้วยในทริปเดียวกัน เช่น แวะเที่ยวอังกฤษ ต้องเลือกประกันอย่างไร ?

A: หากทริปของคุณต้องเดินทางข้ามไปยังประเทศที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเชงเก้น เช่น สหราชอาณาจักร (UK) คุณจำเป็นต้องเลือกแผนประกันเดินทางที่ระบุพื้นที่คุ้มครองเป็นทั่วโลก (Worldwide) หรือระบุชื่อประเทศอังกฤษเพิ่มเข้าไปในระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับความคุ้มครองตลอดการเดินทางในทุกจุดหมายปลายทาง แต่ตัวกรมธรรม์นั้นยังคงต้องรักษาเกณฑ์ขั้นต่ำ 30,000 ยูโร เพื่อใช้ยื่นวีซ่าเชงเก้นได้เช่นเดิม

Q: ประกันเดินทางสำหรับยื่นวีซ่าเชงเก้น คุ้มครองอุบัติเหตุจากการเล่นสกีหรือกีฬาท้าทายในยุโรปด้วยไหม ?

A: โดยทั่วไปแล้ว แผนประกันเดินทางระดับพื้นฐานที่ทำเพื่อยื่นวีซ่า มักจะมีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากกีฬาท้าทายหรือกีฬาฤดูหนาว เช่น การเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือการโดดร่ม หากทริปยุโรปของคุณมีกิจกรรมเหล่านี้รวมอยู่ด้วย คุณจำเป็นต้องเลือกซื้อแผนประกันภัยสำหรับกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม หรือซื้อความคุ้มครองเสริมเฉพาะทางเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาถูกปฏิเสธการเคลมค่ารักษาพยาบาลในภายหลัง

Q: หากได้รับอนุมัติวีซ่าเชงเก้นแบบ Multiple Entries เป็นเวลา 1 ปี ควรซื้อประกันเดินทางแบบไหนดี ?

A: สำหรับผู้ที่ได้รับวีซ่าแบบเดินทางเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple Entries) ระยะยาว แนะนำให้เลือกซื้อเป็นประกันเดินทางต่างประเทศแบบรายปีจะคุ้มค่ากว่ามาก โดยประกันแบบรายปีจะคุ้มครองการเดินทางในแต่ละทริป ส่วนใหญ่ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการซื้อแยกเป็นรายทริป และตัวกรมธรรม์รายปีของบริษัทชั้นนำก็ออกแบบมาให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสำหรับยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในการเข้ายุโรปทุกครั้งอยู่แล้ว

gettgo travel team

gettgo travel team

ทีมสายเที่ยวที่ช่วยอ่านเงื่อนไขประกันแทนคุณ
รวมทุกเรื่องประกันเดินทางที่ควรรู้ ให้คุณออกทริปได้สบายใจตั้งแต่ต้นจนจบทริป

บทความที่คุณอาจสนใจ