ประกันของเรา
บทความ
เกี่ยวกับ gettgo

ประกันรถชั้น 2 กับ 2+ เพิ่มเงินนิดเดียว แต่คุ้มครองต่างกันลิบลับ

แม้ว่าประกันรถยนต์ที่บริษัทประกันต่าง ๆ พากันโฆษณาอยู่นั้นจะเป็นประกันแบบ “ไม่บังคับ” แต่หลายคนก็เลือกที่จะซื้อเอาไว้เพื่อความอุ่นใจ เวลาเกิดอุบัติเหตุจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายแพง ๆ แถมเดี๋ยวนี้ยังมีประกันหลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งประกันชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 แล้วยังเพิ่มชั้น 2+ หรือ 3+ มาให้อีก ซึ่งที่นิยมซื้อกันมาก รองจากประกันชั้น 1 ก็คือชั้น 2 และ 2+ เพราะได้ความคุ้มครองครอบคลุมพอ ๆ กันโดยไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยให้แพงเท่ากับชั้น 1 แต่ทีนี้หลายคนก็ยังลังเลว่าควรจะเลือกแบบไหนดี ระหว่างประกันชั้น 2 และ 2+ ความคุ้มครองต่างกันขนาดไหน ค่าเบี้ยต่างกันมากไหม วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ประกันรถยนต์

เปรียบเทียบประกันแต่ละชั้น

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังจะเลือกซื้อประกัน คงจะคิดกันไม่ตกว่าจะต้องซื้อแบบไหนดีนะ มีให้เลือกเยอะแยะกันไปหมด ตั้งหลายชั้น แล้วยังมีแบบ + มาเพิ่มอีก คนที่เคยมีประสบการณ์ในการซื้อมาแล้วก็ยังพอว่า แต่มือใหม่ไร้ประสบการณ์นี่สิจะทำยังไงดี แต่ละกรมธรรม์ที่เขียนรายละเอียดไว้ ถึงอ่านไปก็ยังดูงง ๆ แล้วเบี้ยประกันที่แตกต่างกัน มันมีข้อดีข้อเสียยังไงกันนะ ดังนั้นก่อนอื่น ต้องมาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ว่าประกันแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร

- ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นชั้นที่คุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด ทั้งแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี ไม่ว่าจะชนรถยนต์ด้วยกันเอง หรือจะชนบุคคลภายนอก หรือวัตถุอย่างอื่น ประกันชั้น 1 นี้เขาจ่ายให้หมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่มาพร้อมกับความคุ้มครองที่ครบครันเช่นนี้ ก็คือค่าเบี้ยที่แพงกว่าแบบอื่น

- ประกันรถยนต์ชั้น 2 และ 2+ ชั้นนี้จะให้ความคุ้มครองน้อยกว่าชั้น 1 ในบางเงื่อนไข แต่ยังคงให้ความคุ้มครองกรณีจำเป็นอยู่ นั่นคือจะคุ้มครองเฉพาะกรณีมีคู่กรณีเท่านั้น และต้องเป็นแบบรถชนรถ จะจ่ายให้ในส่วนทรัพย์สิน ร่างกาย หรือชีวิตของคู่กรณี แต่จะให้ความคุ้มครองในกรณีไฟไหม้หรือสูญหายเหมือนกับชั้น 1 ระหว่างแบบ 2 กับ 2+ จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปอีกเล็กน้อยซึ่งเราจะมาขยายความกันต่อไป

- ประกันรถยนต์ชั้น 3 และ 3+ ในเมื่อเป็นประกันที่ราคาเบาที่สุด ความคุ้มครองก็ย่อมน้อยลงตามไปด้วย โดยจะคุ้มครองกรณีมีคู่กรณีแบบรถชนรถ จ่ายค่าเคลมให้กับคู่กรณีเหมือนชั้น 2 และ 2+ แต่จะไม่คุ้มครองกรณีสูญหาย หรือไฟไหม้ แต่ข้อดีก็คือ เราจะไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยสูง ช่วยประหยัดลงไปได้เยอะ

มาทำความรู้จักประกันรถยนต์ 2+ ประกันภัยที่ถูกใจคนไทยทั้งประเทศ

ถ้าให้สรุปย่อ ๆ แบบชัดเจนและเข้าใจง่ายก็คือ ประกันชั้น 2+ จะ “ซ่อมเค้า + ซ่อมเรา + สูญหาย + ไฟไหม้” อ่านดูแล้วอาจดูเหมือนจะค่อนข้างน้อยนะ แต่แค่นี้ก็ครอบคลุมอุบัติเหตุเกือบทั้งหมดของการใช้รถใช้ถนนแล้ว เพราะไม่ว่าจะขับรถไปชนรถคันหน้าด้วยความประมาท หรือขับอยู่ดี ๆ แล้วเค้าก็มาเสยเข้าที่ท้ายรถเรา ประกันเขาจะรับผิดชอบให้หมด ด้วยความครอบคลุมอย่างทั่วถึงทุกสถานการณ์นี่แหละที่ทำให้ประกันชั้น 2+ ขายดีอย่างเป็นเทน้ำเทท่า คนใช้รถทุกคนสนใจยิ่งกว่าประกันชั้นไหน ๆ เลยก็ว่าได้นะ

แต่ข้อแม้ของประกันชั้น 2+ ที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายให้เราทั้งหมดก็คือ “ต้องมีคู่กรณี” และต้องเป็นอุบัติเหตุแบบ “รถชนรถ” เท่านั้นนะ

- คู่กรณีต้องเป็นรถยนต์ ข้อจำกัดที่ทำให้ 2+ ต่างจาก 1 ก็คือ 2+ จะจ่ายค่าเสียหายให้กับรถเราและคู่กรณีเฉพาะอุบัติเหตุระหว่างรถยนต์ด้วยกันเองเท่านั้น ไม่เหมือนกับชั้น 1 ที่ถึงแม้จะไปชนวัว ชนฟุตบาท ชนตอม่อ ชนเสาไฟฟ้าแล้วรถเสียหายก็จ่ายให้หมด

- หากไม่มีคู่กรณี เช่นกรณีชนแล้วหนี ไม่มีหลักฐานป้ายทะเบียนของคนที่มาชนเรา หรือไปชนอย่างอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์ ประกันชั้น 2+ จะจ่ายค่าเสียหายให้บางเคสเท่านั้น เช่น ค่ารักษาพยาบาลให้คนขับ ผู้โดยสารหรือบุคคลนอกรถ รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ที่จะไม่ได้แน่ ๆ ในกรณีนี้คือค่าเสียหายของรถเรา

 

ต่างกันยังไงประกันรถยนต์ชั้น 2 กับ ประกันรถยนต์ชั้น 2+

การมีประกันประเภท + เพิ่มเข้ามานับว่าดีต่อผู้บริโภคเพราะเราจะได้มีตัวเลือกที่เยอะขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น และมีตัวเลือกค่าเบี้ยประกันที่ถูกลง แต่สิ่งที่ตามมาก็คือผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการซื้อประกันรถยนต์จะปวดหัวในการเลือกซื้อมากขึ้นกว่าเดิม แต่เราจะคลายความปวดหัวให้เพื่อน ๆ เองโดยจะเล่าความต่างระหว่างประกันรถยนต์ชั้น 2 กับ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ฟัง

- ความแตกต่างกันของประกันทั้ง 2 ประเภทนี้ก็คือ
 

  1. ความครอบคลุมคุ้มครองที่ไม่เท่ากัน ประกันชั้น 2 นั้นเค้าจะคุ้มครองแค่ ซ่อมคู่กรณี แม้เราจะไปขับรถชนใครเข้าและมีคู่กรณี ไม่ว่าจะแผลเล็กหรือแผลใหญ่แค่ไหนก็ต้องควักเงินจ่ายซ่อมเองอยู่ดี ขณะที่ประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองที่มากกว่าอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าหากมีคู่กรณีและรถชนรถ เราก็จะได้ทั้งซ่อมเค้าและซ่อมเรา
  2. ราคาที่แตกต่างกัน ประกันชั้น 2 จะราคาถูกกว่าเล็กน้อย แต่ก็แลกมาด้วยความคุ้มครองที่น้อยกว่า ดังนั้นปัจจุบันคนจึงเริ่มหันไปซื้อประกันชั้น 2+ กันมากขึ้น

- แล้วอย่างนี้เราควรจะทำประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ ทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ดี

อ่านมาถึงตรงนี้เราว่าหลายคนก็คงจะพอเปรียบเทียบกันได้บ้างแล้วว่าแบบไหนเหมาะกับเรามากกว่ากัน หากไม่ชอบจ่ายเบี้ยประกันสูง มีประสบการณ์ขับรถมานานไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็คงจะเอนเอียงไปทางประกันชั้น 2 ธรรมดากันมากกว่า แต่ใครที่อยากได้ความอุ่นใจ ยังกลัวว่าอาจเกิดอุบัติเหตุบ่อย ก็คงต้องรับประกันชั้น 2+ ไปพิจารณา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะเลือกประกันแต่ละประเภทก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้รถของแต่ละคนถึงจะคุ้มที่สุด
 

  1. ความถี่ในการใช้รถ หากต้องใช้รถทุกวัน มีความเสี่ยงที่จะเจออุบัติเหตุบนท้องถนน แบบนี้ควรซื้อประกันแบบ 2+ มากกว่าชั้น 2 แต่หากไม่ค่อยได้ใช้รถเท่าไร จอดมากกว่าใช้ ก็อาจจะประหยัดค่าเบี้ยลงไปโดยการซื้อประกันชั้น 2 น่าจะคุ้มกว่า
  2. ความเสี่ยงในสถานที่จอด หากคุณไม่มีที่จอดรถส่วนตัวที่มีรั้วรอบขอบชิดแล้วละก็ ขอให้ระวังไว้เลยว่าเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมมาก ดังนั้นควรเลือกซื้อประกันแบบ 2+ เพราะให้ความคุ้มครองรวมถึงกรณีไฟไหม้และการสูญหาย ขณะที่แบบชั้น 2 ไม่มี
  3. ประสบการณ์ในการขับรถ หากเป็นมือใหม่หัดขับ ย่อมเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า กรณีที่รถคันแรกไม่ใช่รถใหม่ป้ายแดง แต่อยากได้ความคุ้มครองเพื่อความอุ่นใจ และไม่อยากจ่ายเบี้ยแพงเท่าประกันชั้น 1 แบบนี้เหมาะกับชั้น 2+ เลย แต่หากรถเราอายุเกิน 7 ปีขึ้นไปแล้ว ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุก็น้อยกว่า อย่างนี้แค่ประกันชั้น 2 ก็พอแล้ว

 

ถึงตอนนี้เชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนก็คงได้รับความรู้ในเรื่องของประกันและเข้าใจกันไปบ้างแล้วนะว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องของประกันรถมันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย แค่เราเปิดใจและลองศึกษามันดี ๆ ไม่แน่เราอาจจะได้พบกับประกันชั้นที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองก็ได้ ทำให้ประหยัดค่าเบี้ยประกันที่ไม่จำเป็นไปได้เยอะ ยิ่งถ้าใครซื้อประกันรถผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเว็บไซต์ GettGo ก็สามารถเปรียบเทียบราคาประกันบริษัทต่าง ๆ เพื่อหาเจ้าที่ราคาคุ้มค่าที่สุดมาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ใครที่สนใจมองหาประกันรถชั้นไหนอยู่ก็เข้าไปด้อม ๆ มอง ๆ เทียบราคาหาเจ้าที่ใช่ได้ที่เลย และถ้าใครยังมีข้อสงสัยเรื่องเกี่ยวกับความคุ้มครองอีกเช่น ถ้าหากเจอกรณีถูกชนแล้วหนีต้องทำยังไง สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่เลย คลิก !

บทความที่คุณอาจสนใจ

กฎหมายเช่าซื้อรถฉบับ 101: รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ!
โดนชนแล้วหนี ต้องทำยังไง ประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองหรือไม่ ?
5 ข้อควรเตรียมพร้อมก่อนเที่ยวดิสนีย์แลนด์ญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊

ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด  (“บริษัท”)
เก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าเพื่อการนำเสนอโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ ข่าวสาร ผลิตภัณฑ์ บริการ จากบริษัท รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ การวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติจากบริษัท และ/หรือบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ และเพื่อโอกาสที่ข้าพเจ้าจะได้รับข้อเสนอ บริการพิเศษ โปรโมชั่น หรือผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างเหมาะสมจากบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ ข้าพเจ้ายินยอมให้เปิดเผยข้อมูลของข้าพเจ้าให้แก่บริษัทดังกล่าว เพื่อวิเคราะห์ตลอดจนการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์และบริการ 

การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล 

    ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
    บริษัทจะดำเนินการอย่างดีที่สุดในการรักษาความลับและดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย คุณสามารถเลือกให้หรือไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีผลต่อการพิจารณาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เว็บไซต์ https://gettgo.com/privacy-policy
ทั้งนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการให้ความยินยอมได้ โดยติดต่อเราที่ email : dpo-office@mtb.co.th หรือโทร 02-693-2775 (DPO)
     การที่คุณยอมรับตามด้านล่างนี้ถือว่าคุณได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามที่ได้กำหนดไว้ข้างต้น