ประกันของเรา
บทความ
เกี่ยวกับ gettgo

กฎหมายเช่าซื้อรถฉบับ 101: รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ!

เนื่องจาก “รถยนต์” เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมไม่ได้มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของในคราวเดียว ด้วยเหตุนี้ จึงมีกฎหมายที่มาเป็นตัวช่วยให้คนสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์กันได้ง่ายยิ่งขึ้น นั่นคือ “กฎหมายเช่าซื้อรถ” ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบ หรือข้อผิดพลาดขึ้น ทุกคนควรที่จะศึกษากฎหมายการเช่าซื้อก่อนตัดสินใจจรดปากกาทำนิติกรรมสัญญาเช่าซื้อรถ  บทความนี้จึงจะอาสาเป็นตัวช่วย ย่อยภาษากฎหมายที่เข้าใจยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย อ่านจบแล้วสามารถพกความมั่นใจไปเช่าซื้อรถได้เลย

 

สัญญาเช่าซื้อรถ กฎหมายแพ่ง ประเทศไทย

 

การเช่าซื้อรถคืออะไร?

ก่อนจะไปถึงในส่วนของสัญญาเช่าซื้อรถ ควรเริ่มจากการปูพื้นฐานเกี่ยวกับความหมายของการเช่าซื้อรถเสียก่อน เพราะเมื่อเข้าใจคอนเซปต์ ก็จะต่อยอดสู่การเข้าใจในส่วนอื่น ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 บัญญัติว่า “สัญญาเช่าซื้อนั้น หมายถึงสัญญาที่เจ้าของทรัพย์สินเอาทรัพย์สินของตนออกให้ผู้อื่นเช่า เพื่อใช้สอยหรือเพื่อให้ได้ประโยชน์ และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์นั้นหรือจะให้ทรัพย์สินที่เช่าตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อ เมื่อได้ใช้เงินจนครบตามที่ตกลงไว้โดยการชำระเป็นงวด ๆ จนครบตามข้อตกลง”

ดังนั้น การเช่าซื้อรถยนต์จึงเป็นการช่วยให้ผู้ที่มีเงินออมไม่เพียงพอ ให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ โดยผู้เช่าซื้อจะต้องจ่ายค่างวดเป็นงวด ๆ ให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทไฟแนนซ์ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยในระหว่างที่ยังผ่อนชำระไม่หมด บริษัทไฟแนนซ์จะยังเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ จนกระทั่งผู้เช่าซื้อชำระเงินครบตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ กรรมสิทธิ์จึงจะถูกโอนมายังผู้เช่าซื้อ

ดอกเบี้ยในข้อกฎหมายเช่าซื้อรถยนต์

แน่นอนว่าคงไม่มีบริษัทไฟแนนซ์ไหนยอมให้เช่าซื้อรถยนต์โดยไม่คิดดอกเบี้ย เพราะดอกเบี้ยนี่แหละคือกำไรของบริษัทไฟแนนซ์ อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรม กฎหมายเช่าซื้อรถจึงได้กำหนดเงื่อนไขเรื่องดอกเบี้ยไว้ดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ใหม่ เมื่อคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ต่อปี
  • รถยนต์มือสอง เมื่อคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกแล้ว ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่างวด ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกเก็บเบี้ยปรับจากผู้เช่าซื้อได้ โดยอัตราเบี้ยปรับผิดนัดชำระค่างวดจะอยู่ที่ไม่เกิน 5% ต่อปี ของยอดเงินที่ค้างชำระ

 

กฎหมายเช่าซื้อรถ การส่งมอบรถยนต์ในการเช่าซื้อ

 

จะเกิดอะไรขึ้นหากไม่สามารถชำระค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อรถได้?

เนื่องจากหน้าที่ของผู้เช่าซื้อตามกฎหมายเช่าซื้อรถคือ การชำระค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อรถที่ตกลงกันไว้ ดังนั้น หากผู้เช่าซื้อไม่สามารถชำระค่างวดตามสัญญาได้ ก็ย่อมเกิดผลกระทบตามมาหลายประการ ดังต่อไปนี้

  • ถูกไฟแนนซ์ติดตามทวงถาม: เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่างวด ไฟแนนซ์จะมีหนังสือติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ภายใน 30 วัน หากผู้เช่าซื้อไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด ไฟแนนซ์ก็มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ
  • โดนยึดรถ: หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่างวดติดต่อกัน 3 งวด หรือเป็นระยะเวลา 4 เดือน ไฟแนนซ์ก็มีสิทธิตามกฎหมายที่จะยึดรถได้ โดยผู้เช่าซื้อจะต้องนำรถไปคืนให้กับไฟแนนซ์ พร้อมกับชดใช้หนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมดคืนให้กับไฟแนนซ์ รวมถึงต้องชดใช้ค่าขาดราคาอีกด้วย
  • อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดี: ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมดคืนให้กับไฟแนนซ์ ก็อาจโดนฟ้องร้องดำเนินคดีต่อเพื่อเรียกหนี้คืนได้ ดังนั้น หากผู้เช่าซื้อไม่สามารถชำระค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อรถได้ ควรรีบติดต่อไฟแนนซ์เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน โดยอาจขอขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ หรือขอเปลี่ยนรูปแบบการผ่อนชำระ เป็นต้น

แน่นอนว่าการเข้าใจกฎหมายเช่าซื้อรถช่วยให้ผู้เช่าซื้อมีความอุ่นใจในการทำนิติกรรม แต่ถ้าอยากเพิ่มความอุ่นใจขึ้นอีกระดับ ก็ควรที่จะทำประกันรถยนต์ไว้ด้วย โดยขอแนะนำประกันรถยนต์รายเดือนจาก gettgo คุ้มครองสบาย 30 วัน ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ตอบโจทย์คนอยากจ่ายเท่าที่จำเป็น ดูแลครบแม้ไม่ได้ใช้รถบ่อย ซื้อได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-111-7800 หรือ LINE OA : @gettgo

ข้อมูลอ้างอิง

  1. เงื่อนไข "กฎหมายเช่าซื้อรถยนต์" ผ่อนรถ จยย. ฉบับใหม่เริ่มใช้ 10 ม.ค.นี้. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 จาก https://www.komchadluek.net/news/economic/537252
  2. ดีเดย์ 10 ม.ค.66 เริ่มใช้กฎหมายคุมสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ จักรยานยนต์. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 จาก https://www.thansettakij.com/business/552521
  3. รู้ยัง? สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ - รถจักรยานยนต์ ใหม่ คิดดอกเบี้ยแบบลดต้น ลดดอก. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1049156 

บทความที่คุณอาจสนใจ

โดนชนแล้วหนี ต้องทำยังไง ประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองหรือไม่ ?
ตอบครบ! การเตรียมตัวเข้าประเทศญี่ปุ่นปี 2567
แจกลิสต์ 10 แหล่งย่านช็อปปิงในโตเกียว ที่นักช็อปห้ามพลาด
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊

ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด  (“บริษัท”)
เก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าเพื่อการนำเสนอโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ ข่าวสาร ผลิตภัณฑ์ บริการ จากบริษัท รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ การวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติจากบริษัท และ/หรือบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ และเพื่อโอกาสที่ข้าพเจ้าจะได้รับข้อเสนอ บริการพิเศษ โปรโมชั่น หรือผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างเหมาะสมจากบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ ข้าพเจ้ายินยอมให้เปิดเผยข้อมูลของข้าพเจ้าให้แก่บริษัทดังกล่าว เพื่อวิเคราะห์ตลอดจนการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์และบริการ 

การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล 

    ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
    บริษัทจะดำเนินการอย่างดีที่สุดในการรักษาความลับและดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย คุณสามารถเลือกให้หรือไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีผลต่อการพิจารณาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เว็บไซต์ https://gettgo.com/privacy-policy
ทั้งนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการให้ความยินยอมได้ โดยติดต่อเราที่ email : dpo-office@mtb.co.th หรือโทร 02-693-2775 (DPO)
     การที่คุณยอมรับตามด้านล่างนี้ถือว่าคุณได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามที่ได้กำหนดไว้ข้างต้น