1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. รู้ทันประกันสุขภาพ

สรุปชัด มะเร็งเป็นกรรมพันธุ์ไหม พร้อมวิธีรับมืออย่างรัดกุม

เขียนวันที่ 02/11/2026


สรุปใจความสำคัญ

โรคมะเร็งส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยแวดล้อม แต่มีผู้ป่วยประมาณ 5-10% ที่เกิดจากมะเร็งกรรมพันธุ์ ซึ่งส่งต่อความผิดปกติผ่านยีนจากพ่อแม่สู่ลูกหลาน ดังนั้น การมีบุคคลในครอบครัวสายตรงป่วยด้วยโรคนี้ จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป การเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุดคือการหมั่นตรวจคัดกรองสุขภาพเป็นประจำ และการวางแผนบริหารความเสี่ยงตั้งแต่ตอนที่ร่างกายยังแข็งแรงสมบูรณ์ โดยไม่ต้องรอให้เกิดสัญญาณเตือน เพื่อป้องกันปัญหาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ลูกสาวที่แม่เป็นมะเร็งสงสัยว่ามะเร็งเป็นกรรมพันธุ์ไหม แต่อุ่นใจได้ด้วยประกันมะเร็ง

โรคมะเร็ง ถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตประชากรโลกเป็นอันดับต้น ๆ ข้อมูลจาก GLOBOCAN ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสถิติมะเร็งระดับโลก โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ ระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในปี 2024 ทั่วโลกมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่สูงถึง 20.6 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตถึง 9.8 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าประชากร 1 ใน 5 มีโอกาสเผชิญกับโรคมะเร็งในช่วงชีวิตหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยจะพุ่งสูงขึ้นถึง 34.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 67% ภายในปี 2050

เมื่อสถิติผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นจนกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว หากยิ่งมีสมาชิกในครอบครัวสายตรงหรือเครือญาติได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ ความกังวลมักจะตกมาสู่คนรุ่นหลังพร้อมกับคำถามในใจว่า "มะเร็งเป็นกรรมพันธุ์ไหม ?" หรือตนเองมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคและแนวทางการส่งต่อทางพันธุกรรม จะช่วยให้สามารถรับมือและวางแผนป้องกันความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง ทั้งในด้านการดูแลสุขภาพและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

มะเร็งติดต่อทางพันธุกรรมไหม ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่ามะเร็งเป็นโรคทางพันธุกรรมไหม ? คำตอบคือ "เป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด" ตามข้อมูลทางการแพทย์ โรคมะเร็งเกิดจากความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีน (Gene Mutation) ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุหลักออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง

เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งส่วนใหญ่ ประมาณ 90-95% โดยเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การได้รับรังสี หรือการติดเชื้อไวรัสบางชนิด ซึ่งมะเร็งในกลุ่มนี้จะไม่ถ่ายทอดสู่ลูกหลาน

การกลายพันธุ์ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

พบประมาณ 5-10% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด เกิดจากการได้รับยีนที่ผิดปกติมาจากพ่อหรือแม่ ทำให้บุคคลนั้นมีความเสี่ยงหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไป และอาจแสดงอาการตั้งแต่อายุยังน้อย

เช็กลิสต์ มะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมมีอะไรบ้าง ?

ไม่ใช่รอยโรคมะเร็งทุกชนิดที่จะสามารถส่งต่อผ่าน DNA ได้ แต่มะเร็งกรรมพันธุ์ที่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงสูง ได้แก่

  • มะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ มักเกี่ยวข้องกับการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 หากตรวจพบยีนนี้ จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคดังกล่าว
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มักเชื่อมโยงกับกลุ่มอาการ ลินช์ ซินโดรม (Lynch Syndrome) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก หากมีพ่อหรือพี่ชายเป็นโรคนี้ ความเสี่ยงของคนในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก สามารถพบการถ่ายทอดทางพันธุกรรมร่วมกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ในกลุ่มอาการ Lynch Syndrome ได้เช่นกัน

ถ้าครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง ควรทำประกันตอนไหน ?

หากทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงเนื่องจากประวัติครอบครัว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำประกันคือ ทำทันที ในขณะที่สุขภาพยังแข็งแรงสมบูรณ์และยังไม่มีการตรวจพบโรคร้ายใด ๆ

เนื่องจากประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงทุกฉบับจะมีเงื่อนไขระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ 90 วัน นับจากวันที่กรมธรรม์ได้รับการอนุมัติ หากมีการตรวจพบโรคมะเร็งในช่วง 90 วันแรกนี้ ทางบริษัทประกันจะไม่ให้ความคุ้มครอง ดังนั้น การเตรียมตัวทำประกันโรคมะเร็งไว้ล่วงหน้าจึงเป็นการปิดความเสี่ยงทางการเงินที่ดีที่สุด

ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งมีผลต่อการซื้อประกันหรือไม่ ?

ความกังวลหนึ่งของผู้ที่มีคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งคือ กลัวว่าจะทำประกันมะเร็งไม่ได้ เพราะในขั้นตอนการสมัครทำประกันภัย บริษัทมักจะให้ผู้เอาประกันแถลงประวัติสุขภาพ รวมถึงประวัติการเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประวัติครอบครัวอาจทำให้บริษัทประกันมองว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถซื้อประกันได้ ตราบใดที่ตัวผู้เอาประกันเองยังสุขภาพแข็งแรงและไม่เคยมีประวัติการรักษาโรคมะเร็งมาก่อน บริษัทประกันส่วนใหญ่มักจะอนุมัติความคุ้มครองตามปกติ โดยอาจพิจารณาเบี้ยประกันตามมาตรฐาน หรือในบางกรณีอาจขอเรียกดูผลตรวจสุขภาพเพิ่มเติม สิ่งสำคัญที่สุดคือการแถลงความจริงตามตรง เพื่อป้องกันปัญหาการถูกบอกล้างสัญญาหรือปฏิเสธการเคลมในภายหลัง

แม่ป่วยเป็นมะเร็งกรรมพันธุ์ กำลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

เปรียบเทียบความคุ้มครอง ประกันโรคมะเร็งเหมาะกับใคร ?

ค่ารักษาโรคมะเร็งอาจบานปลายและสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาท ประกันมะเร็งจึงออกแบบมารองรับความต้องการที่ต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมาพิจารณาตารางเปรียบเทียบแผนความคุ้มครอง 2 รูปแบบหลัก ดังนี้

รูปแบบความคุ้มครอง จุดเด่นของแผนประกัน เหมาะสำหรับใคร
แบบเจอ จ่าย จบ จ่ายเงินก้อนทันทีเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง (ตามระยะที่ระบุในกรมธรรม์) สามารถนำเงินไปบริหารจัดการเองได้อย่างอิสระ ทั้งจ่ายค่ารักษา ค่าเดินทาง หรือเป็นค่าครองชีพ ผู้ที่ต้องการเงินสำรองฉุกเฉิน หรือมีประกันสุขภาพพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ต้องการเงินก้อนเผื่อไว้ชดเชยรายได้ช่วงพักฟื้น
แบบจ่ายตามจริง (คุ้มครองค่ารักษา) คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริงในวงเงินที่กำหนด ครอบคลุมตั้งแต่ค่าผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา และค่ายาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ผู้ที่ยังไม่มีประกันสุขภาพ ช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาลที่อาจบานปลาย ควบคุมค่าใช้จ่ายระยะยาวได้ดี

ซื้อประกันมะเร็งกับ gettgo ซื้อง่าย ราคาสบายกระเป๋า

การมีสมาชิกในครอบครัวป่วย ไม่ได้แปลว่าต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกันเสมอไป การดูแลสุขภาพ ตรวจคัดกรองประจำปี และวางแผนรับมือกับความเสี่ยงทางการเงินล่วงหน้า คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากมีความกังวลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพและต้องการหลักประกันที่มั่นคง ที่ gettgo มีแพลตฟอร์มให้เปรียบเทียบและเลือกทำประกันโรคมะเร็งจากบริษัทประกันชั้นนำได้อย่างโปร่งใส เช็กราคาและเงื่อนไขความคุ้มครองได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกความไม่แน่นอนด้วยความอุ่นใจอย่างแท้จริง

สนใจทำประกันมะเร็งปรึกษาเจ้าหน้าที่ของ gettgo ได้ที่ โทร. 02-111-7800 หรือ LINE OA : @gettgo

ประกันมะเร็งออนไลน์ Gettgo คุ้มครองโรคมะเร็งทุกระยะ สมัครง่าย ได้เงินจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งกรรมพันธุ์ (FAQs)

การตรวจยีนมะเร็ง (Genetic Testing) จำเป็นต้องทำทุกคนหรือไม่ ?

ไม่จำเป็นต้องทำทุกคน แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวสายตรงป่วยเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุน้อย หรือมีสมาชิกในครอบครัวหลายคนป่วยเป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน เพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าและวางแผนสุขภาพให้ตรงจุด

หากตรวจพบว่ามียีนกลายพันธุ์ จะสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างไร ?

แม้จะมียีนกลายพันธุ์ แต่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เข้ารับการตรวจคัดกรองถี่ขึ้นกว่าคนทั่วไป และในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาหรือผ่าตัดป้องกันก่อนเกิดโรค เช่น การผ่าตัดเต้านมหรือรังไข่ออกเพื่อลดความเสี่ยง

ประกันสุขภาพทั่วไปคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการตรวจยีนมะเร็งเชิงป้องกันหรือไม่ ?

โดยทั่วไปประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงจะไม่คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการตรวจยีนเชิงป้องกัน (Preventive Screening) เนื่องจากเป็นการตรวจเพื่อหาความเสี่ยงก่อนเกิดโรค กรมธรรม์ส่วนใหญ่มักจะเริ่มให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลก็ต่อเมื่อมีอาการเจ็บป่วย หรือได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นโรคแล้วเท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Cancer Genetics Risk Assessment and Counseling (PDQ®). สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK65817/
  2. Global cancer statistics 2024: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 34 cancers in 186 countries. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 จาก https://www.iarc.who.int/news-events/global-cancer-statistics-2024-globocan-estimates-of-incidence-and-mortality-worldwide-for-34-cancers-in-186-countries/
gettgo health team

gettgo health team

ทีมที่ช่วยถอดเงื่อนไขประกันสุขภาพให้ไม่ซับซ้อน
เพื่อให้คุณเลือกแผนที่เหมาะ และใช้สิทธิ์รักษาได้อย่างมั่นใจเมื่อถึงเวลา

บทความที่คุณอาจสนใจ