ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

หน้าฝนนี้เลือกที่ปัดน้ำฝนอย่างไร ให้พร้อมลุย

 

 

หน้าฝนกำลังมา ต้นฤดูแบบนี้ก็จัดหนักกันด้วยพายุโซนร้อนอย่างพายุนูรีกันเข้าไปแล้ว นอกจากการพกร่ม ดูแลร่างกายให้แข็งแรงไม่ป่วยง่ายแล้ว ก็อย่าลืมดูแลเพื่อนคู่ใจอย่างรถของคุณด้วยนะครับ สำหรับในหน้าฝนแบบนี้ทัศนวิสัยในการมองเห็นเวลาฝนตกเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หากฝนตกขึ้นมาตัวช่วยที่จะช่วยให้คุณมองเห็นได้ดีขึ้นก็คือที่ปัดน้ำฝน ที่จะช่วยรีดน้ำฝนที่อยู่บนกระจกรถนั่นเอง ดังนั้นหากเราใช้ที่ปัดน้ำฝนที่ไม่ดีหรือเสื่อมสภาพ ก็จะส่งผลต่อการมองเห็นซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดเพราะแค่คิดก็รู้แล้วครับว่ามันจะต้องเซ็งมาก ๆ ที่ต้องมานั่งเคลียร์ปัญหารถชนท่ามกลางสายฝน งั้นวันนี้เรามาดูกันหน่อยครับว่าวิธีการเลือกที่ปัดน้ำฝนดี ๆ และวิธีการดูแลเพื่อให้ที่ปัดน้ำฝนนั้นอยู่กับเราไปได้นาน ๆ นั้นต้องทำอย่างไร

 

วิธีเลือกที่ปัดน้ำฝนพร้อมลุยแม้พายุเข้า

 

 

  1. เลือกเนื้อยางที่ปัดน้ำฝนที่ทำจากวัสดุมีคุณภาพเพื่อความทนทานและต้องสามารถยืดหยุ่นไปกับตัวโครงของที่ปัดน้ำฝนได้ดี
  2. โครงของที่ปัดน้ำฝนควรจะทำจากวัสดุประเภทโลหะ ที่มีน้ำหนักพอดีเพื่อป้องกันการกระพือเมื่อเจอแรงลม และน้ำหนักที่ดีจะช่วยรีดน้ำฝนที่อยู่บนกระจกได้ดีอีกด้วย
  3. เลือกซื้อใบปัดน้ำฝนที่มีขนาดพอดีกับรถแต่ละรุ่นที่ใช้โดยขนาดมาตรฐานทั่วไปจะอยู่ที่ 22 นิ้ว หากที่ปัดน้ำฝนเล็กเกินไปอาจทำให้รีดน้ำฝนได้ไม่ดีพอจนอาจส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับรถ แต่ถ้าหากใหญ่เกินไปจะทำให้ที่ปัดน้ำฝนเลยขอบกระจกและส่งผลต่ออายุการใช้งาน
  4. ที่ปัดน้ำฝนจะต้องแนบสนิทไปกับกระจกรถเพื่อให้สามารถปัดน้ำได้ง่ายและรวดเร็วเพื่อการมองเห็นที่ดีขึ้นในช่วงที่ฝนตก

ดูแลที่ปัดน้ำฝนอย่างไรให้อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ 

 

 

  1. หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดด เพราะจะทำให้ยางใบปัดน้ำฝนแข็งกรอบและขาดความยืดหยุ่น
  2. ทำความสะอาดที่ปัดน้ำฝนด้วยผ้าหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้น้ำยาล้างรถในการทำความสะอาดที่ปัดน้ำฝนเพราะจะทำให้สารเคลือบยางของใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพได้
  3. ควรเปิดใช้งานที่ปัดน้ำฝนอยู่เสมอ เพื่อให้ตัวที่ปัดน้ำฝนในอยู่ในสภาพใช้งานตลอด 
  4. ควรเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนทุก ๆ 1 ปีและเช็คสภาพทุก ๆ  6 เดือนว่าที่ปัดน้ำฝนนั้นยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่

ต้องเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนเมื่อไหร่

 

 

  1. เมื่อเนื้อยางเริ่มแข็งและมีรอยฉีดขาด ซึ่งอาจเกิดได้จากยางที่งานมานาน หรือโดนแสงแดดมาก ๆ
  2. เมื่อใบปัดน้ำฝนทำงานไม่เป็นจังหวะ ซึ่งอาจเกิดจากก้านที่เป็นสนิมหรือยางที่เริ่มเสื่อมสภาพ
  3. เมื่อมีเสียงของการเสียดสีระหว่างยางและกระจกขณะทำงาน ซึ่งอาจเกิดจากยางที่เสื่อมสภาพและขาดความยืดหยุ่น
  4. เมื่อใช้งานครบ1 ปี หรือเกินกว่า 1 ปี

และนี้ก็คือเทคนิคดี ๆ ในการดูแลเจ้าที่ปัดน้ำฝนที่ gettgo นำมาฝากเพื่อน ๆ ครับ ซึ่งอย่างที่บอกกันไปตั้งแต่ต้นว่า ที่ปัดน้ำฝนที่ไม่ดีนั้นไม่ได้นำพามาแค่เสียงที่น่ารำคาญ หรือรอยบนกระจก แต่ยังรวมไปถึงทัศนวิสัยการมองเห็นที่แย่เวลาขับรถตอนฝนตกอีกด้วย ซึ่งก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ถึงแม้ว่าเราจะดูแลตัวเองและระวังดีแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าคนอื่นนั้นก็ระวังแค่ไหน ดังนั้นอย่าลืมที่จะหาประกันรถดี ๆ ไว้เป็นผู้ช่วยหากเกิดปัญหานะครับ

บทความที่คุณอาจสนใจ

อยากขับรถยนต์ไฟฟ้า  อะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนซื้อ!!
รวมป้ายจราจร เครื่องหมายจราจรที่ต้องรู้ ! รับรองไม่มีสอบตก !!
น้ำมันเกียร์ของเหลวรถยนต์ที่คุณไม่ควรมองข้าม!
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊