ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

ค่าไฟแพงจริงหรือ? เปิดสูตรคำนวณค่าไฟคิดยังไงมาดูกัน!

คำนวณค่าไฟ
 

จากมาตรการในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เราหลาย ๆ คนต้องติดอยู่กับบ้านและรับรองเลยครับว่าเจ้าบิลค่าไฟที่กำลังจะส่งมาถึงในอีกไม่ช้านี้จะต้องแพงขึ้นแน่ ๆ ถึงแม้ว่าภาครัฐเองนั้นจะมีมาตรการในการช่วยลดค่าไฟ ถึง 3% แต่ก็ยังจะเห็นได้ตามโซเชี่ยลมีเดียในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาใช่ไหมครับ ว่าแทนที่ค่าไฟจะถูกลง แต่กลับแพงขึ้นกว่าเดิมจนน่าตกใจ 

 

ซึ่งอย่างที่บอกไปในข้างต้นครับว่าถึงแม้ภาครัฐเองจะมีการช่วยเหลือ อย่างการคืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าให้กับประชาชน และลดค่าไฟ 3% แล้ว แต่ค่าไฟก็ยังคงสูงอยู่ จึงทำให้เกิด #ค่าไฟแพง อย่างที่เราเห็นกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ มีมติครม. เพิ่มเติมออกมาถึงแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยมีนโยบายแบ่งออกเป็น 2 ข้อใหญ่ ๆ ตามนี้ครับ

 

1. สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้ไฟฟ้าฟรี เป็นเวลา 3 เดือน โดยจะนับรอบจากการใช้ไฟของเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2563

2. สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ในรอบเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2563 

  • หากการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหน่วยเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ให้จ่ายค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริงในเดือนนั้น ๆ

  • หากการใช้ไฟฟ้ามากกว่าหน่วยเดือนกุมภาพันธ์ 2563 แต่ไม่ถึง 800 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 

  • หากการใช้ไฟฟ้ามากกว่าหน่วยเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และมากกว่า 800 แต่ไม่ถึง 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับเดือนกุมภาพันธ์ บวกด้วยส่วนต่างของหน่วยที่เกินมาจากเดือนกุมภาพันธ์ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าไฟฟ้าจริง

  • หากการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 บวกด้วยส่วนต่างของหน่วยที่เกินมาจากเดืนกุมภาพันธ์ในอัตราร้อยละ  30 ของค่าไฟฟ้าจริง

 

และในขั้นตอนของการคืนค่าไฟหากได้ทำการจ่ายค่าไฟในเดือนมีนาคม 2563 ไปแล้ว การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะมีการหักออกให้ในบิลค่าไฟฟ้าเดือนถัดไปครับ ส่วนใครที่ยังไม่ได้จ่าย ก็จะได้รับการลดค่าไฟ หรือคืนค่าไฟในแต่ละเดือนให้ตามมาตรการข้างต้น นอกจากนี้ มาตรการลดค่าไฟ 3% ก็ยังอยู่นะครับ โดยจะนำไปลดหลังหักส่วนลดจากมาตรการส่วนลดอื่น ๆ หมดแล้วนั่นเอง

นอกจากเรื่องมาตรการเยียวยาค่าไฟแล้ว เรามาดูกันครับว่า ที่คนบ่นว่าค่าไฟแพง ๆ มันจริงหรือไม่ แล้วค่าไฟที่ว่าแพงนั้นมันมาจากอะไร แล้วเราสามารถคำนวณค่าไฟด้วยตัวเองเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบิลค่าไฟฟ้าได้หรือไม่

“ค่าไฟ” คิดแบบไหน?

สำหรับการคิดค่าไฟนั้น จะเป็นการคิดแบบอัตราก้าวหน้าครับ  ถ้าจะพูดแบบให้เข้าใจกันง่าย ๆ การคิดค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้าก็คือ หากยิ่งใช้ไฟเยอะ ก็ยิ่งต้องจ่ายแพงนั้นเองครับ โดยมีตัวแปรสำคัญก็คือ "หน่วยไฟฟ้าที่ใช้" ซึ่งจะมีการคิดค่าไฟเป็นขั้นบันไดโดยแต่ละขั้นก็มีเรทราคาที่ต่างกัน หากใช้ไฟฟ้ามากขึ้นก็จะถูกนำไปคิดราคาในช่วงหน่วยไฟฟ้าที่สูงขึ้น ค่าไฟจึงแพงแบบก้าวกระโดด ซึ่งการคำนวณค่าไฟแบบนี้ไม่ได้เพิ่งจะมีในช่วงนี้นะครับ แต่เป็นแบบนี้มานานแล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่า ทำไมช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ค่าไฟถึงแพงขึ้นครับ ประกอบกับหน้าร้อนที่เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องทำงานหนัก ๆ ซึ่งทางกระทรวงพลังงานชี้แจงมาแล้วว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำให้หน้าร้อนแบบนี้กินไฟมากขึ้นกว่าปกติคือ คอมเพรสเซอร์แอร์ ตู้เย็น และเครื่องฟอกอากาศที่กำลังฮิตติดกันทุกบ้านในเวลานี้ครับ แบบนี้จึงไม่แปลกเลยครับที่บิลค่าไฟจะสูงขึ้นกันอย่างถ้วนหน้า

แล้วใครเป็นคนคิดค่าไฟ?

เนื่องจากว่าหน่วยงานในบ้านเราที่ทำงานเกี่ยวกับการไฟฟ้านั้นมีมากมายหลายหน่วย ไม่ว่าจะเป็น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต  การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จึงอาจทำให้หลาย ๆ คนสับกันได้ว่าที่จริงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นคนคิดค่าไฟเรา และแต่ละหน่วยงานทำงานต่างกันอย่างไร เรามาแจกแจงกันตามนี้ครับ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGAT เป็นผู้จัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้า มีทั้งผลิตเอง และรับซื้อจากโรงไฟฟ้าเอกชนและประเทศเพื่อนบ้าน โดยทำการส่งไปให้แก่ MEA PEA และผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ เพื่อนำพลังงานไฟฟ้าเหล่านั้นส่งต่อให้ผู้ให้บริการในพื้นที่ต่อไป

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ MEA มีหน้าที่จำหน่ายพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ  

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA จะจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยกเว้นพื้นที่ 3 จังหวัดที่ MEA ดูแล ซึ่งทั้ง 2 จะทำหน้าที่เหมือนกันคือ การจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับพื้นที่ต่าง ๆ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ทำหน้าที่กำหนดค่าไฟและอัตราการคิดค่าไฟต่าง ๆ อย่างเช่น มาตรการการลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสุทธิที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วลงอีก 3% ก็เป็นมาตรการที่ทาง กกพ. ออกมา ซึ่งก็มีความเห็นชอบตรงกันกับหน่วยงานข้างต้นทั้งสามหน่วยงานครับ

เปิดสูตรคำนวณค่าไฟ  

ก่อนที่จะเข้าสู่สูตรการคำนวณค่าไฟเราต้องทราบกันก่อนครับว่า ค่าไฟที่ว่าคิดแบบขั้นบันไดนั้นแต่ละหน่วยคิดเป็นเงินกี่บาท โดยแบ่งออกได้เป็นตามนี้ครับ

1. หากใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน

  • 15 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-15) หน่วยละ 2.3488 บาท

  • 10 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 16-25)  หน่วยละ 2.9882 บาท

  • 10 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 26-35)  หน่วยละ  3.2405 บาท

  • 65 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 36-100)  หน่วยละ  3.6237 บาท

  • 50 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 101-150)  หน่วยละ  3.7171 บาท

2. หากใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน

  • 150 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-150) หน่วยละ  3.2484 บาท

  • 250 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 151-400) หน่วยละ  4.2218 บาท

  • หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป ราคาหน่วยละ  4.4217 บาท

โดยมีสูตรการคำนวณค่าไฟตามนี้ครับ

กำลังไฟฟ้า (วัตต์ ) x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ÷  1000 x จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วยต่อวัน (ยูนิต)

เมื่อเราคำนวณตามสูตรนี้แล้วเราจะได้หน่วยไฟที่ใช้ต่อวันออกมา แล้วจากนั้น นำหน่วยไฟที่ได้มาคิดเฉลี่ยโดยประมาณ หน่วยไฟตลอดทั้งเดือน X อัตราค่าไฟข้างต้น ก็จะได้เป็นค่าไฟนั่นเอง

เช่น หน่วยไฟฟ้าที่ใช้ตลอดทั้งเดือน อยู่ที่ 969.75 หน่วยต่อเดือน เนื่องจากว่าเป็นใช้หน่วยไฟฟ้าเกินกว่า 150 หน่วยต่อเดือน ดังนั้นวิธีคิดจึงใช้เรทราคาในข้อ 2 ดังนี้ครับ

150 หน่วยแรก 150 X 3.2484 = 487.26

หน่วยที่ 151 - 400  หน่วยละ 4.2218 = 250 x 4.2218 = 1,055.45

หน่วยที่ 401 หน่วยละ  4.4217  =  969.75 - 400  = 569.75 x 4.4217 = 2,519.26

รวมเป็นเงิน (487.26 + 1,055.45 + 2,519.26 ) = 4061.97บาท คือค่าไฟที่เราต้องจ่ายนั่นเองครับ  

และนั่นล่ะครับก็คือสูตรการคำนวณค่าไฟที่เรานำมาฝากกัน แต่สำหรับใครที่ไม่อยากจะมานั่งคิดเองให้ปวดหัว ก็สามารถเข้าไปคำนวณได้ง่าย ๆ ที่นี่เลยครับ คลิก

Cr. การไฟฟ้านครหลวง

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

เรื่องนี้ต้องขยาย! กับหลากเหตุผล ที่สมัครสินเชื่อไม่ผ่าน
เก็บเงินไม่อยู่ ใครช่วยได้บ้าง! แชร์ 8 วิธีเก็บเงินออมได้อย่างอยู่หมัด
เตรียมพร้อม! อัพเดทตัวช่วยลดหย่อนภาษี 2562!!
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊