ประกันของเรา
บทความ
เกี่ยวกับ gettgo

ชี้จุดต่างเซฟค่าเบี้ยประกันสุขภาพด้วย Co-payment VS Deductible

ประกันสุขภาพมีส่วนร่วมจ่าย

 

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพแต่ไม่อยากจ่ายเบี้ยแพงเกินไป คงดีกว่าถ้าจ่ายเบี้ยได้ถูกลงและความคุ้มครองก็ไม่ลดลงตามไปด้วย นั่นก็คือการเลือกประกันสุขภาพแบบมี Co-payment (แบบมีส่วนร่วมจ่าย) และมีค่า Deductible (แบบมีความรับผิดส่วนแรก) นั่นเองค่ะ 

Co-payment VS Deductible

ต้องบอกก่อนว่าทั้ง Co-payment และ Deductible คือการที่ผู้เอาประกันร่วมจ่ายค่ารักษาด้วยทั้ง 2 แบบ เมื่อเราร่วมจ่ายก็แลกมาด้วยค่าเบี้ยประกันที่ถูกลงนั่นเอง แล้วทั้งสองแบบนี้แตกต่างกันยังไงบ้างล่ะ ? 

Co-payment - ประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่าย 

 

ประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่าย 

 

✔ ผู้เอาประกันร่วมจ่ายเป็น % คงที่
✔ ค่าเบื้ยประกันถูกลง 20-30% จากแบบปกติ
✔ สามารถเลือกความคุ้มครองที่ต้องการได้
✔ เหมาะกับคนที่มีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว

ยกตัวอย่าง Co-payment หรือประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาลในการผ่าตัดไส้ติ่งทั้งหมดของสุชาติ ยอดรวมอยู่ที่ 100,000 บาท สุชาติทำแผนประกันสุขภาพที่มี Co-payment 20% ไว้ แปลว่า สุชาติต้องจ่ายร่วมกับบริษัทประกันเป็นเงิน 20,000 บาทสำหรับการรักษาพยาบาลครั้งนี้ นั่นหมายความว่า การกำหนดส่วนร่วมจ่ายเป็น % นั้น ยิ่งค่ารักษาแพง คุณก็ต้องจ่ายแพงนั่นเอง

Deductible - ประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก

 

ประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก

 

✔ ผู้เอาประกันร่วมจ่ายส่วนแรกคงที่ (ขึ้นอยู่กับแต่ละแผนประกัน)
✔ ค่าเบื้ยประกันถูกลง 20-30% จากแบบปกติ
✔ สามารถเลือกความคุ้มครองที่ต้องการได้
✔ เหมาะกับคนที่มีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว

ประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก คือ การที่ผู้เอาประกันต้องออกค่าใช้จ่ายในการรักษาไปก่อนในก้อนแรกซึ่งสามารถเคลมได้จากสวัสดิการเดิมที่มีอยู่ ยกตัวอย่าง เช่น ธาดามีสวัสดิการบริษัทที่มีวงเงินค่ารักษาไม่เกิน 20,000 บาทต่อครั้ง และธาดามีประกันสุขภาพเพิ่มเติมที่มีค่า Deductible 20,000 บาทอีกหนึ่งแผน

โดยค่ารักษาพยาบาลครั้งล่าสุดของธาดาอยู่ที่ 30,000 บาท ค่ารักษาครั้งนี้ ประกันสุขภาพเพิ่มเติมของธาดาจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่บาทที่ 20,001 เป็นต้นไป โดย 20,000 บาทแรก คือความรับผิดส่วนแรกที่ธาดาต้องจ่ายตามเงื่อนไขของประกัน แต่เนื่องด้วยธาดามีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว 20,000 ทำให้ส่วนนี้ธาดาไม่ต้องจ่าย และส่วนต่าง 10,000 บาทนี้ประกันสุขภาพเพิ่มเติมรับหน้าที่จ่ายให้ ทำให้ธาดาไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มนั่นเองค่ะ

ดังนั้น ทริคง่ายๆ ที่เราอยากฝากไว้ในการเลือกซื้อประกันแบบมีความรับผิดส่วนแรกก็คือ คุณมีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ววงเงินเท่าไหร่ คุณก็เลือกซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมที่มีความรับผิดส่วนแรกเท่านั้นได้เลยค่ะ

สุดท้าย สรุปง่าย ๆ ว่าทั้ง 2 แบบนี้คล้าย ๆ กัน แตกต่างกันที่ว่าเราอยากเลือกจ่ายเป็น % หรืออยากเลือกจ่ายเป็นเงินส่วนแรกเป็นเงินก้อนนั่นเองค่ะ 

การเลือกประกันสุขภาพแบบ Co-payment และแบบมีค่า Deductible เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนช่างเลือกเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะนอกจากเบี้ยถูกแล้วยังได้ความคุ้มครองแบบเต็มอิ่มอีกด้วย จะแบบไหนก็ดีไม่แพ้กันนะคะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

หาหมอผ่านแอปฯ เคลมประกันสุขภาพได้หรือไม่ ?
เมื่อโควิดบังคับให้ใช้เงินเป็น ควรเลือกซื้อประกันสุขภาพแบบไหน ?
คุณควรทำประกันวัคซีนหรือไม่ และควรซื้อแผนไหน ?
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊