ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

เตรียมรับมือ ป้องกัน 5 โรคที่มากับหน้าฝน

รู้หรือไม่ครับว่า จากสถิติของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เมื่อปี 2559 พบตัวเลขที่น่าตกใจเกี่ยวกับโรคที่มากับหน้าฝน ที่มียอดผู้ป่วยสูงถึง 180,000 ราย และเสียชีวิตเกือบ 200 ราย โดยครึ่งนึงของผู้ป่วยเป็นกลุ่มเด็กอายุตั้งแต่ 0-9 ปี และอีก 19% เป็นกลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป โดยจากสถิติตอนนั้น พบผู้ป่วยจากโรคปอดบวมมากที่สุด วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูกันนะครับว่า โรคที่มากับหน้าฝนนั้นมีโรคอะไรบ้างและเราจะป้องกันไม่ให้เราป่วยจากโรคที่มากับหน้าฝนเหล่านั้นได้อย่างไร

  1. โรคไข้หวัดใหญ่

ถึงแม้ว่าไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีการระบาดหนักในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่เจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษในสภาพอากาศเย็น และไข้หวัดใหญ่มักทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้มากกว่าไข้หวัดปกติ

การป้องกัน

ทำได้โดยสวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อย ๆ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ป้องกันโรคได้ 50-90% ซึ่งควรฉีดปีละ 1 ครั้งสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปและสำหรับผู้ใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยค่าวัคซีนจะอยู่ที่  600-1,200.- ควรฉีดทุกปี
 

  1. โรคปอดบวม

โรคปอดอักเสบ หรือ “ปอดบวม” เป็นอีกโรคที่มากับหน้าฝนและส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณปอด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย และทำให้เกิดการอักเสบ บวม มีน้ำหรือหนองอยู่ภายในถุงลมปอด มักจะพบบ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เป็นโรคที่จะพบในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปีและผู้สูงอายุกว่า 65 ปี มากกว่าคนปกติ

การป้องกัน

หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด หรืออยู่ใกล้ผู้ป่วย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ล้างมือก่อนที่จะใช้สัมผัสอาหารหรือใบหน้าของตนเอง รวมถึงฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และโรคไอพีดีก็สามารถช่วยได้ครับ โดยมีราคาอยู่เข็มละกว่า 2,000 บาท ซึ่งต้องฉีดด้วยกันทั้งหมด 1-2 เข็มและในเด็กอาจจะต้องฉีดมากถึง 4 เข็มนะครับ

  1. โรคมือ เท้า ปาก

เป็นอีกหนึ่งโรคที่มากับหน้าฝนและมักจะพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่งผลให้มีอาการไข้ เป็นแผลในปาก มีตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว ซึ่งต้องบอกเลยว่ามือเท้าปากนี้มักจะเป็นโรคที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลกันเอามาก ๆ เพราะเมื่อลูกน้อยเป็นเข้าแล้ว อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนจนถึงขั้นเสียชีวิตก็ได้นะครับ

การป้องกัน

ในปัจจุบันโรคมือเท้าปากนั้นยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ แต่ก็สามารถป้องกันได้โดยเริ่มจากตัวเอง คือต้องไม่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ล้างมือก่อนหยิบจับอาหารเข้าปากหรือสัมผัสใบหน้า เท่านี้ก็เพียงพอที่จะช่วยป้องกันลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคร้ายได้แล้วครับ

  1. โรคไข้เลือดออก

ไม่ใช่เพียงแต่เป็นโรคที่มากับหน้าฝนเท่านั้นแต่ถ้าหากพูดถึงหน้าฝน สัตว์ที่มักมารบกวนเราในหน้านี้และจะไม่พูดเลยคงไม่ได้นั้นก็คือยุงลายนั้นเอง เพราะเจ้ายุงลายจะวางไข่ในแหล่งน้ำขัง ซึ่งช่วงหน้าฝนเองก็เป็นช่วงที่มีน้ำขังเยอะ จึงเป็นเหตุผลที่มาว่า ทำไมโรคไข้เลือดออกที่มียุงลายเป็นพาหะนี้จึงมาพร้อมกับหน้าฝนอยู่เสมอ

การป้องกัน 

โรคไข้เลือดออกนั้นสามารถป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัด รวมไปถึงต้องหมั่นทำลายแหล่งน้ำขังที่อาจทำให้ยุงมาวางไข่จนเป็นการเพาะพันธุ์ยุงได้ การฉีดวัคซีนไข้เลือดออกช่วยป้องกันโรคได้เกือบ 70% หรืออย่างน้อยก็ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ แนะนำให้ฉีดในเด็กอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไปและในผู้ใหญ่อายุไม่เกิน 45 ปี โดยการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกนั้นมีราคาอยู่ที่ เข็มละ 3,000 บาท ซึ่งต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม

  1. โรคฉี่หนู


 

โรคฉี่หนูหรือชื่อทางการคือ โรคเลปโตสไปโรซิส เป็นอีกโรคที่มากับหน้าฝน หรือในช่วงที่มีน้ำขัง ซึ่งตัวการในการแพร่เชื้อก็คือสัตว์จำพวกหนู ที่จะมีการเก็บเชื้อไว้กับตัว และปล่อยออกมาเมื่อมีการขับถ่ายเราจึงเรียกว่าโรคฉี่หนูนั่นเอง ซึ่งนอกจากนี้ยังพบสัตว์ชนิดอื่นอย่าง สุนัข วัว หรือควาย ที่เป็นพาหะนำโรคได้เช่นกัน อาการของโรคคือ ไข้สูงหนาวสั่น ปวดหัวรุนแรง ตาแดง ปวดเมื่อตามตัว ซึ่งมีอาการค่อนข้างจะคล้ายไข้หวัดทั่วไป ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ไปพบแพทย์จนมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถรักษาได้ทันการและเสียชีวิตในที่สุดครับ

การป้องกัน

นอกจากการหลีกเลี่ยงไม่เดินในที่บริเวณน้ำขังแล้ว ยังรวมไปถึงการระมัดระวังไม่ให้น้ำที่ไม่สะอาดกระเด็นเข้าตาหรือปาก และต้องพยายามลดปริมาณขยะภายในบ้าน เพราะอาจกลายเป็นแหล่งเพราะพันธุ์ของเจ้าตัวพาหะก็ได้นะครับ

นั่นละครับก็คือทั้งหมดของโรคที่มากับหน้าฝนที่เป็นโรคยอดฮิตตามที่กระทรวงสาธารณสุขเคยให้ข้อมูลเอาไว้ จะเห็นได้ว่าค่าวัคซีนป้องกันแต่ละโรคราคาแพงไม่เบา ดังนั้นหากมีผู้ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ ที่ทำให้ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างประกันสุขภาพก็คงจะดีกว่าจริงไหมครับ

 

H/T : chulalongkorn hospital , สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข , bangkok hospital , กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย , POBPAD และ Kapook

บทความที่คุณอาจสนใจ

เปิดหน้าประวัติศาสตร์:  “โรคระบาด” ในอดีตพลิกโฉมโลกอย่างไรบ้าง?
นักโภชนาการแนะ สั่งอาหารช่วงกักตัวควรเลือกกิน เลี่ยงโรคอ้วน
ครบ จบที่เดียว : ล้างมือและใส่หน้ากาก อย่างไร ต้านภัย Covid-19 ได้!
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊